สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว ... เกี่ยวกับ "ปราสาทพนมรุ้ง"
เรื่องราวทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าเล่าให้ฟัง อาจจะไม่ค่อยสนุกนัก
และอาจจะดูเหมือนว่า ...
เป็นเรื่องที่ห่างไกล จากชีวิตประจำวัน ของพวกเรามากๆ
ประเด็นนี้... ก็สุดแล้ว แต่จะคิดกัน
แต่สำหรับ ตัวของข้าพเจ้า นั้น ....
เรื่องนี้... จำเป็นต้องนำมาถ่ายทอด ให้ทุกคนรู้
เพราะ ข้าพเจ้าถือว่า ...
ข้าพเจ้า กำลังทำหน้าที่และความรับผิดชอบรูปแบบหนึ่ง
ของ "นักท่องเที่ยว" ที่แท้จริง
เพราะสาระ ของการเที่ยวที่แท้จริง ...
คงไม่ใช่แค่ ... ไปเที่ยวๆๆๆๆ แล้วก็ ถ่ายรูปๆๆๆๆๆ ...
... ถ่ายเดี่ยว ถ่ายคู่ ถ่ายหมู่ ถ่ายกับป้าย .... ถ่ายๆๆๆๆๆ
จากนั้น .... ก็กลับบ้าน มาโม้ๆๆๆๆๆ คุยมากมาย
หน้าที่จริงๆ ของนักท่องเที่ยว ... ควรจะมีมากกว่านี้ กระมัง??
มีหลายๆ ท่าน อาจจะกังวล ว่า .... แล้วต่อจากนี้ไป บ้านเมืองเรา ...จะเกิดอาเพศ อาถรรพณ์ วิปริตอะไรๆ ทำนองนั้นไหม
เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มากมาย แตกหักเสียหาย... โดนทำลายย่ำยี
เรื่องนี้ ข้าพเจ้าก็คงจะตอบไม่ได้ ...
แต่อยากจะบอกทุกคนว่า .... ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก
เพราะทุกวันนี้ .... ทุกๆ อย่างรอบกายเรานั้น
มันก็อาเพศ อาถรรพณ์... วิปริตกันมากมายอยู่แล้ว
...โลกร้อน แผ่นดินไหว น้ำมันแพง คนชั่วเดินเกลื่อนเมือง ฯลฯ ..
ทุกอย่าง... ก็ล้วนเกิดจากการกระทำ ของมนุษย์เราทั้งนั้น ...
ไม่ได้เกิดเพราะ แค่เอาศิวลึงค์ไปโยนทิ้ง... ทุบหัวพญานาค...
หักมือทรารบาล ... ทุบจมูกโค ... ฯลฯ หรอก
และ หากพิจารณาจากหลักฐาน ....
ความจริงแล้ว ... ปราสาทพนมรุ้ง ที่มีอายุ 1,000 ปี นั้น ....
ก่อนจะถึงวันนี้ ....
ก็เคยผ่านสภาพเสียหายยับเยิน มาหลายร้อยปีแล้ว
จากภาพ คือ สภาพที่แท้จริงของปราสาทนี้ ก่อนการซ่อมแซมครั้งใหญ่
สมัยตอนที่ ข้าพเจ้ายังเด็กมากๆ
อายุไม่เกิน 10 ขวบ ..... ก็เคยมาเที่ยวที่นี่
ยังจำได้ว่า.. สนุกมาก ที่ได้ ปีนหินกองโตๆ เล่นแบบนี้ ...
แต่พอมองดูรอบตัว ... ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่า
ที่นี่ ... มันคือ อะไรกันเนี่ย ? ... มีแต่หินเป็นกองๆ เท่าภูเขา
ต่อมา ... ก็มีการบูรณะ ซ่อมแซมครั้งใหญ่มาก ...
โดยใช้เทคนิคการบูรณะ ที่เรียกว่า ... Anastylosis
อธิบายแบบง่ายๆ ก็คือ ....
การเอาหินแต่ละก้อนมาเรียงใหม่ให้กลับสู่ตำแหน่งเดิม
อธิบายง่ายนิดเดียว .... แต่ตอนทำจริงๆ น่าจะยากสุดๆ

ข้าพเจ้า เคยไปเที่ยว "ปราสาท สต๊อกก๊อกธม" ... แถวๆ จังหวัดสระแก้ว
ก็โชคดี ที่ได้เห็นเขากำลังทำ Anastylosis กันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด
... หินทุกก้อน ถูกรื้อลงมาวางกับพื้น กินเนื้อที่เป็นทุ่งๆ ...
แค่เห็น ก็หมดแรงแล้ว ...
เพราะหิน 1 ก้อน ก็หนักเกินความสามารถของคน 1 คน จะยกขึ้นได้ แล้ว
จากนั้น ... ก็ค่อยๆ เอาขึ้น มาต่อเรียงขึ้นใหม่ ....

ทำแบบนี้ ไปเรื่อยๆ ... ทุกวัน ๆๆๆๆ
ทั้งยาก ทั้งร้อน ทั้งหนัก ... ทั้งงงๆ ...
ข้าพเจ้าเคยถามเขาว่า .... อีกนานแค่ไหน กว่าจะทำเสร็จ ?
... เขาไม่ตอบ .... ได้แต่หัวเราะ หุหุหุ ...
สำหรับปราสาทพนมรุ้ง ....
เริ่มทำ Anastylosis ในปี พ.ศ. 2514
เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2531 ....
ทำเสร็จในกี่ปี ? ลองคิดดูก็แล้วกัน
ดังนั้น ...
ข้าพเจ้าจึงต้องขอคารวะ และยกย่อง ทุกๆ ท่าน
ที่อดทนทำงาน บูรณะซ่อมแซมในครั้งนี้ ได้จนสำเร็จ
ทำให้พวกเรา ได้มีโอกาสเห็น ปราสาทที่สวยงามแห่งนี้ อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม .... ความจริงแล้ว
ส่วนประกอบของปราสาทพนมรุ้ง ของแท้ๆ ที่สำคัญๆ
ก็ชำรุดเสียหายอย่างมาก
เช่น หัวของพญานาคทั้งหลาย ก็หักพังหมด ตามกาลเวลา
คงเหลือเพียง เค้าโครงเดิมไม่กี่หัว
หัวทั้งหลาย ในปัจจุบัน ก็เป็นของสร้างขึ้นใหม่เลียนแบบของเก่า แทบทั้งนั้น

ส่วน ทวารบาล ... ผู้พิทักษ์ประตูนั้น
สภาพที่แท้จริง ก็เหลือแค่ครึ่งองค์ ... และก็หักเป็นท่อนๆ อยู่แล้ว
ตอนที่ซ่อมแซมปราสาทในครั้งนั้น ... จึงมีการสร้างใหม่ ให้มีแขนขาครบ
ส่วน "โคนนทิ" ... วัวพาหนะ ของพระศิวะ นั้น
สภาพที่แท้จริง ก็หัวขาดมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ....
เพิ่งจะมีหัวใหม่ ... ก็ตอน ซ่อมแซมปราสาท ในครั้งนั้น หละ ...
ด้วยประการทั้งปวง ....
ข้าพเจ้า จึงไม่เข้าใจว่า ....
พวกโจรโง่ทั้งหลาย มาทุบทำลายสิ่งเหล่านี้ ทำไม?
หากมาทุบทำลาย... เพื่อ ทำลายพลังอำนาจเทพเจ้า ...
ก็นับว่าโง่มหาศาล ... เพราะปราสาทพนมรุ้ง แห่งนี้
พังหลาย... แตกหักแทบไม่เหลือซาก มานานหลายร้อยปีแล้ว ....
อีกทั้ง ... ยังเคยโดน ระเบิดขนาดย่อมๆ ถล่ม ...
เพื่อ จะสอยเอารูปสลัก "นารายณ์บรรทมสินธุ์" อันเลื่องชื่อ
ไปขาย เมืองนอก ... ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 โน่นแล้ว
อย่างไรก็ตาม ...
ไม่ว่าจะ ทำเพราะโง่ .. ทำเพราะเซ่อ ... ทำเพราะเขาจ้างมาทำ ...
ก็นับว่า... มันประสบความสำเร็จ
ในการทำลายความรู้สึก ของผู้คนทั้งหลาย ....
และแน่นอนว่า ....
ทั้งผู้จ้าง ผู้ทำ ผู้เกี่ยวข้อง ... และ ผู้รู้เห็นเป็นใจ ทั้งหลาย
คงถูกสาปแช่ง ไปตลอดชั่วกาลนาน อย่างแน่นอน ...
และ...
สำหรับผู้สนใจ อยากหาอะไรสนุกๆ อ่าน
เกี่ยวกับเรื่องปราสาท ทั้งหลาย
ก็ขอแนะนำ ... ให้อ่าน 3 เล่มนี้ ...
เล่มแรก เนื้อหามากมาย .. อ่านแล้วหลับสบาย
ส่วน เล่มที่สองกับสาม ... รูปสวยมากๆ
เหมาะกับ คนที่ขี้เกียจอ่านหนังสือ ....
และ ท้ายที่สุดนี้ ...
ข้าพเจ้า ... ก็ขอจบหน้าที่เฉพาะกิจ
ของการเป็น "นักท่องเที่ยว" ธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่เพียงเท่านี้ ...
คุณความดี ของการเขียนเรื่องราวในตอนนี้ ...
ขอน้อมถวายแด่ เหล่าทวยเทพเทวดา
และบริวารทั้งหลาย แห่งปราสาทพนมรุ้ง ...
ขอถวายแด่ ท่าน ผู้สร้าง และ ทำนุบำรุง ปราสาทแห่งนี้ ...
ขอมอบแด่ ทุกท่าน ที่อดทนทำ Anastylosis ปราสาทแห่งนี้ ...
และ ท้ายสุด
ขอมอบ แด่ทุกๆ ท่านทั้งหลาย
ที่รัก และ ชื่นชม ปราสาทพนมรุ้ง แห่งนี้ .... เทอญ
............................................................
4 ความคิดเห็น:
ขอบคุณพี่เต่าที่เล่าเรื่องจริงให้ฟังครับ...หลงคิดตามข่าวหนังสือพิมพ์ว่าจะเกิดอาเพศอะไรตามมาอยู่ตั้งนาน
อั้ม ZN02
จับได้ ต้องตัดหัวเสียบประจาน นะเนี่ย
ดูดู๋ ดู ดูเธอทำ ....
ไม่รู้จะพูดอะไร
ได้แต่แช่งแมร่ง
จาก....อาร์ท แซดเอ็นวุ้ย!!!
ขอบคุณครับ กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่พอดีครับ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ราเชนฯ
แสดงความคิดเห็น