วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 06, 2551

ตอนที่ 237 : เล่าเรื่องเมืองแขก ... (3)

ข้าพเจ้า ขอเล่าเรื่องเมืองแขก ... ต่อ
และหวังว่า ... คงจะไม่ยังเบื่อ เรื่องแขกๆ นะ
ณ ตอนนี้ ...
ใกล้จะสว่างแล้ว ....
ดวงจันทร์ ทอแสงเรืองรอง ...

ฟ้ายามค่อนราตรี ... ใกล้รุ่ง
ณ เมืองแคนดี้ ศรีลังกา ... งามจับใจ
แสงจันทร์ส่องสว่าง ... สะท้อนทะเลหมอก
ข้าพเจ้า เหม่อมองอย่างหลงใหล ...
ใจล่องลอย ไปไกลแสนไกล ...
คิดไปมากมายหลายเรื่อง ...
ทั้งอดีต ทั้งปัจจุบัน ทั้งอนาคต ...
ทั้งจินตนาการ ...
ทุกสรรพสิ่งสงบเงียบ หลับไหล ...
ไม่น่าเชื่อว่า ... พออีกไม่กี่ชั่วโมง
เมื่อฟ้ากระจ่าง ... เมฆหมอกจางหายไป
บรรยากาศ เหมือนฝันเช่นนี้
ก็คงจะ วนเวียนเข้าสู่
โลกแห่งความจริง ... ที่ไม่น่าอภิรมณ์เลย
โลกแห่งความขัดแย้ง โลกแห่งความแตกแยก
แม้แต่เมืองเล็กๆ ที่แสนสงบเงียบในหุบเขา
ที่ผู้คนเคร่งครัดในพระศาสนา ...
ก็ยังต้อง เวียนว่าย ในวังวนนี้ ... เช่นกัน
ต้องมีกองทหาร พร้อมอาวุธประจำการ
ต้องมีด่านตรวจ ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่สุดเข้ม

นี่โลกของเรา ... เป็นอะไรไปแล้ว หนอ ?

เช้าวันนี้ ... ข้าพเจ้าออกเดินทางต่อ
ไปยังตอนกลางๆ ของเกาะลังกา
ถนนสายเล็กๆ คดเคี้ยว ตามป่าเขา และ ไร่สวน
อากาศ เหมือนแถวๆ ภาคใต้บ้านเรา
แถบชุมพร ถึง นครศรีธรรมราช
เลียบทะเลนิดๆ ... ร่มรื่นด้วยเรือกสวน
ท้องฟ้าใสบ้าง ครึ้มบ้าง ฝนปรอยๆ บ้าง
และ มีขุนเขาลูกใหญ่
ตั้งขนาบอยู่สองข้างทาง เป็นระยะๆ
ตลอดรายทาง เต็มไปด้วยทะเลสาบ
น้ำใสแจ๋ว และ สงบนิ่ง
ผืนน้ำ สะท้อนท้องฟ้าสีคราม ปุยเมฆสีขาว
งดงาม อย่างน่าอัศจรรย์
แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์กว่า ... ก็คือ
ทะเลสาบ ในศรีลังกาทั้งหมด ... 10,000 กว่าแห่ง
สร้างโดยฝีมือ มนุษย์ เมื่อหลายร้อยๆ ปีมาแล้ว
เพื่อช่วยในการกักเก็บน้ำ ไว้ใช้ในการเกษตร
เพราะ เกาะเล็กๆ แห่งนี้ ฝนตกหนักในหน้าฝน
และ แห้งแล้งนัก ... ในหน้าร้อน
ทะเลสาบขนาดยักษ์เหล่านี้ ... คือ ภูมิปัญญาของคนยุคโบราณ
และ ยังคงใช้ได้ดีมากๆ จนถึงปัจจุบันนี้
ดูๆ ไปแล้ว ... อด คิดถึงบ้านเราไม่ได้
เพราะบ้านเรา ไม่เคยถนอมรักษา
และ บริหารจัดการน้ำได้เลย ... ตราบจน ณ วินาที นี้

ณ วันนี้ ... ตอนนี้ ... น้ำท่วมอีกแล้วววว

เฮ้ออออ .... เมืองไทย ... อยู่สุขสบายกัน จนเคยตัว
ด้วยประการทั้งปวง

เท่าที่ข้าพเจ้าสังเกตุดู ก็อาจกล่าวได้ว่า ...
ศรีลังกา ... ก็เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์มากๆ
แต่ข้อด้อย ที่สู้ประเทศเรา ไม่ได้ ก็คือ
ด้วยสภาพของดิน และ อากาศ ที่ไม่เหมาะสม
ทำให้ที่นี่ ไม่สามารถจะปลูกข้าวดีๆ อย่างประเทศไทยได้

พืชที่ปลูกได้... ก็เป็นแนวๆ พืชแถบภาคใต้ของเรา
เช่น พวกผลไม้ต่างๆ และ มะพร้าว
แต่มะพร้าวที่เมืองนี้ ... ก็จะปลูกแต่แบบที่ลูกเหลืองๆ แบบนี้
เขาเรียกว่า ... มะพร้าวไฟ
น้ำมะพร้าวอ่อน ... ก็เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของที่นี่
แต่ .... รสเฝื่อนๆ และเปรี้ยวปรี๊ด ...
ไม่หอม ไม่หวาน เหมือนมะพร้าวน้ำหอมของเมืองเรา
แต่คนที่นี่ ... เขาบอกว่า อร่อยชื่นใจ
ก็ OK. ... อร่อย ก็ อร่อย ว่ะ ...
นี่คือ ... มะเขือ
ก็ไม่แปลกอะไร มากมาย ...
แต่ข้าพเจ้า ก็ชอบมากๆๆๆๆ
ลองดูดีๆ ...
มะเขือลูกนี้ ... ยิ้มได้
ดูแล้ว ... อารมณ์ดี จริงๆ ...จุดมุ่งหมาย ที่ข้าพเจ้ามุ่งหน้าไป ก็คือ
เมืองดัมบุลลา ... นั่งรถจากแคนดี้ไปอีก 3-4 ชั่วโมง
จุดมุ่งหมาย คือ วัดแห่งนี้ ...
ชื่อเรียกแบบไทยๆ ว่า ... วัดทอง
เพราะ ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Golden Temple
จุดเด่น ของวัดนี้ คือ ...
มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ อยู่บนหลังคาวิหาร
ทางเข้า ... ทำได้เท่สุดๆ ...
เหมือนเดินขึ้นบันได เข้าไปในปากสิงห์โต
และหลังจากพยายาม ถ่ายรูปพระอยู่นาน
ข้าพเจ้า ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะพระองค์ใหญ่มาก
ในที่สุด ก็ ... ข้าพเจ้าใช้มุกๆ เดิม
แบบว่า ... ถ่ายเงาสะท้อนจากแอ่งน้ำ ...
สวยงาม สะใจ ...และ หากเดินทะลุหลังวัด ....
ก็จะเป็นภูเขาหิน ลูกขนาดย่อมๆ ....
แล้ว เดินๆๆๆๆๆ .... ขึ้นเขาไปอีก 1 เพลิน
ก็จะสุดทาง ที่หินก้อนยักษ์ บนยอดเขา ...
สิ่งที่น่าทึ่งคือ ... ใต้หินยักษ์แห่งนี้ ...
เป็นเพิงถ้ำขนาดใหญ่มากๆๆๆๆๆ ....
ปากทางเข้าถ้ำ ... สร้างอย่างสวยงาม
เจาะลึกเข้าใน ในซอกหิน ...
นี่คือ ... ทางเข้า ถ้ำดัมบุลลา ... แห่งศรีลังกา
ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว
สิ่งที่อยู่ในถ้ำ ... คือ วิหารขนาดใหญ่
ภายในมีพระพุทธรูป เรียงรายอยู่มากมาย หลายห้อง ...
แต่สิ่งที่ถือว่า ... เป็นผลงานมรดกโลก
ไม่ใช่เหล่าพระพุทธรูปทั้งหลาย ... ที่มีสีสันงดงามจับใจ
แต่สิ่งที่สวย สุดยอด .... ก็คือ ภาพวาดบนผนังและเพดานถ้ำ
แทบจะเรียกได้ว่า ... ทุกซอกทุกมุม
แทบทุกตารางนิ้ว ภายในถ้ำ ...
ถูกบรรจงวาดและระบายสี ไว้ทุกที่
สีสันสดใส ... และอลังการ ยิ่งนัก
ภายนอกถ้ำ ... บนยอดเขา ก็เต็มไปด้วยลิง
ซึ่งก็ต้อง คอยระวังตัวพอสมควร
เพราะ ลิงที่นี่ ซนพอๆ กับลิงที่เขาวัง เพชรบุรี
สิ่งที่แปลก คือ มีลิงบางตัว ...
หน้าตา ออกอาการแดงแจ๋ ประมาณนี้ ....
สงสัย ... จะกินเบียร์ มากไปหน่อย กระมัง?
มองไปบนยอดเขา ... เห็นกอหญ้าเขียวๆ
ม้วนเป็นวงๆ คล้ายรังนก ....
ตัวอะไร หนอเนี่ย ????
ดูดีๆ ... อ้าวววว์
นี่มัน หมา นี่หว่า ....
หมาอะไร ... รู้จักทำรัง บนหน้าผา
อัจฉริยะ ... สุดยอดๆๆๆๆๆ
หากดูดีๆ ตามเหลี่ยมเขา ...
ชมรมหมา ... นอนโผล่หน้ากันสลอน ....
น่ารัก จริงๆ ...
อิ อิ ...จากเมือง ดัมบุลลา
ข้าพเจ้า ก็จบภารกิจ ณ ประเทศศรีลังกา เพียงแค่นี้
จุดหมายถัดไป ... ก็คือ ประเทศอินเดีย
มีคนบอกว่า ... หากจะเข้าอินเดีย
ก็ควรมาเริ่มฝึกร่างกายที่ ศรีลังกาก่อน
แต่ ณ ตอนจบ ...
หลังจากที่ข้าพเจ้า จบการเดินทางทั้งหมดแล้ว
ข้าพเจ้า ก็พบว่า ....
ประสบการณ์ที่ ศรีลังกา นั้น
เป็นเพียงแค่ชั้นเตรียมอนุบาล ....
แต่ประเทศอินเดียนั้น ... ประมาณ ชั้นปริญญาเอก ก็ว่าได้
แบบว่า ...
แตกต่างกันมากๆๆๆๆ ในทุกๆ ด้าน
เรียกว่า .... อินเดียนั้น ... hardcore แบบสุดๆ ในทุกเรื่อง
ดังนั้น
ก็โปรดคอยติดตามอ่าน ....
เล่าเรื่องเมืองแขก ภาค hardcore
ได้ในไม่ช้านี้ แล ....
แล้ว ...
ข้าพเจ้า ก็ออกเดินทางต่อ ...
มุ่งมั่นสู่อินเดีย ... ชมพูทวีป
ดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณ ....
ดินแดน แห่งความสุดโต่ง ในทุกๆ ด้าน
ในที่สุด ... ก็ถึงอินเดีย
.....
..
.
ใกล้ค่ำ ... แล้ว
เครื่องบิน กำลังลดระดับลง ...
สู่เมืองที่มีจำนวนประชากร ประมาณเท่าๆ กับประเทศไทย
ดวงอาทิตย์ กำลังจะลับขอบฟ้า
ขอบฟ้า ... กรีดสี เจิดจ้า
สีเหลือง สดใส อยู่เบื้องบน ...
สีแดง สดใส อยู่เบื้องล่าง ...
และ
สีแสดทอง สดใส ...
ผสมผสาน กลมกลืน สีทั้งสองเข้าด้วยกัน
ประสาน พลังที่ยิ่งใหญ่ ของสีทั้งสอง ...
ให้งดงาม อลังการจับใจ ยิ่งนัก
แต่
" .... ผู้คนบนผืนโลกสีดำ อันมืดมน...
จะมองเห็น ความจริงของธรรมชาตินี้ ...
บ้างไหมหนอ ... ? "
.....................................


1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่เต่าขา...มะเขือมันยิ้มจิงๆใช้ป่ะคะ ไม่ได้แต่งใช่มะ

ชอบมั่กๆ ขนาดมะเขือยังยิ้มเลยอ่ะ นู๋คงต้องยิ้มมั่งละหล่ะ อิอิ

วันก่อนแวะไปภาคมาก่อนกลับโอมาน ไม่เจอพี่เต่าอีกละ เข้าไปบ่าย เค้าบอกพี่เต่าออกไปตอนเที่ยง เฮ้อเสียใจอ่า อิอิ ^___^