วันเสาร์, พฤศจิกายน 01, 2551

ตอนที่ 235 : เล่าเรื่องเมืองแขก ... (2)

และ ... เพื่อไม่ให้เสียเวลา
ข้าพเจ้า ขอเล่าเรื่องเมืองแขก ต่อ ... ณ บัดนี้
ศร๊ลังกา เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ตรงส่วนปลายของชมพูทวีป
คล้ายๆ หยดน้ำผึ้งหนึ่งหยด
ที่ไหลหยดลงจากรวงผึ้งใหญ่ คือ ประเทศอินเดีย
เป็นเกาะขนาดใหญ่ ที่ร่มรื่น อุดมสมบูรณ์มากๆ
สมัยก่อน ข้าพเจ้าก็คิดว่า ....
เมืองแขกที่ไหนๆ ก็คงจะไม่ต่างกัน
แต่พอมาสัมผัสจริงๆ แล้ว ... ก็พบว่า
ทั้งอินเดีย และ ศรีลังกา ... แตกต่างกันมากๆ
อันว่า ศรีลังกานั้น ...
มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมาช้านาน
ในแง่ของการเผยแพร่ศาสนาพุทธ ...
กล่าวคือ เป็น จุดเริ่มต้นของการนำศาสนาพุทธ
สู่แผ่นดินสุวรรณภูมิ ของดินแดนไทย
ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม แนวคิดทางพุทธศาสนา
รวมทั้งบทสวดมนต์ทุกบท ก็มาจากศรีลังกาทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม
ในสมัยหนึ่ง ที่พุทธศาสนาในศรีลังกาเรื่มเสื่อมโทรม
ก็ยังต้องอาศัยดรีมทีมจากประเทศไทย
เดินทางกลับไปช่วยฟื้นฟูศาสนาในศรีลังกา
จากสามภาพแรก คือ ขนมพื้นเมืองของศรีลังกา
หากลองชิมดู ก็จะพบว่า มันก็คือ ขนมแบบไทยๆ
ที่เรา (คนสูงวัยอย่างข้าพเจ้า) รู้จักกันดี ...
แต่เด็กๆ วันรุ่นเมืองไทย ในยุคนี้ อาจจะไม่รู้จักเลย ก็ได้
เช่นรูปนี้ ... ลูกกลมๆ คล้ายๆ โดนัทของ ร้านมิสเตอร์โดนัท
ความจริง ก็คือ ขนมแบบไทยๆ ที่เรียกว่า "ข้าวตู"
เอาข้าวมาคั่ว จนหอมและกรอบ
แล้ว ป่นให้ละเอียด ... มากวนกับมะพร้าวและน้ำตาล
แล้วปั้นเป็นก้อนๆ อบให้หอม ....
ข้าพเจ้า ไม่ได้กินมานานหลายปีแล้ว
จะมีใคร รู้จักบ้างไหมเนี่ย ? ... เด็กๆ ยุค cyber ทั้งหลาย
และ เมื่อศรีลังกา ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
สิ่งที่อังกฤษนำมาเผยแพร่ เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ
ก็คือ ... "ชา"
และก็ยังเป็น ผลิตภัณฑ์หลักของประเทศ ตราบจนทุกวันนี้ ชา ที่นี่ ... มีมากมาย หลากหลายประเภท
มีแทบทุกรส ทุกกลิ่น
นอกจากนี้ ... อุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่เกี่ยวข้องกับการชงชา
ก็ถูกออกแบบ อย่างงดงาม สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินชา
จากเมืองหลวงของศรีลังกา ...
ข้าพเจ้า เดินทางต่อไปยัง เมืองแคนดี้
แคนดี้ เป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา
บรรยากาศ งดงามจับใจ
ทุกๆ เช้า จะมีทะเลหมอกเกิดขึ้น เต็มหุบเขา ท่วมทับทั้งเมือง
ดูเป็นทะเลหมอกจริงๆ ...
เพราะ สายลมเอื่อยๆ จะพัดให้หมู่เมฆ กระเพื่อมน้อยๆ
กระทบยอดเขาสูง ที่กลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยๆ ...
บรรยากาศ สุดยอดจริงๆ
ตรงกลางเมือง เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่
และเป็นที่ตั้งของ วัดที่สำคัญอันดับหนึ่ง ของศรีลังกา
วัดนี้ คือ ... "วัดพระเขี้ยวแก้ว"
คือ วัดที่เก็บรักษา พระธาตุส่วนที่เป็น ฟันเขี้ยว ของพระพุทธเจ้า
สมัยที่ศรีลังกา โดนรุกรานจากฝรั่ง
พระเขี้ยวแก้ว ก็เป็นเป้าหมายที่จะถูกทำลายเสมอๆ
เพราะ ถือว่า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจ ของชาวพุทธศรีลังกา
แม้ในปัจจุบัน ... ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาในศรีลังกา
ก็ยังคงมีมากขึ้นๆ ...
สถานการณ์รุนแรงกว่าที่ 3 จังหวัดชายแดนไทยเสียอีก
ดังนั้น ... วัดนี้ จึงเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย ตลอดมา
ล่าสุด ก็โดนระเบิดพังราบ ไปทั้งวัด
สิ่งก่อสร้างทั้งหมด พินาศไปหมด
แต่ห้องที่เก็บองค์พระเขี้ยวแก้ว... กลับไม่เสียหายเลย
จากภาพนี้ ... คือ ที่เก็บองค์พระเขี้ยวแก้ว
คุมเข้ม อย่างแน่นหนา
ห้ามถ่ายหนัง ห้ามถ่ายรูป อย่างเด็ดขาด
ดังนั้น ... การเข้าไปไหว้พระที่วัดนี้
จะต้องเดินเท้า เข้าไปไกลมาก ... เพราะ กลัวเรื่องคาร์บอมบ์
และ มีด่านตรวจอาวุธ เครื่อง x-ray มากมายหลายด่าน
โดยเฉพาะผู้หญิง จะต้องเข้าห้องลับเฉพาะ
เพราะ จะมีทำการตรวจร่างกายแบบถี่ถ้วน
นี่คือ ... ห้องเก็บพระไตรปิฎก ....
ฉบับที่นำมาจากเมืองไทย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ก็ยังคง เก็บรักษาไว้ที่นี่ ...
ที่ศรีลังกา ... ระบบทุกอย่างในวัด เหมือนกันหมด
พอถึงเวลาพัก ...
ก็ชักม่าน ปิดพระพุทธรูป เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนบ้าง
พอถึงเวลาแด๊นซ์ ... ทีมงานตีกลอง
โดยสองหนุ่มดูโอ .... ก็เดินเทิ่งๆ มา
แล้ว ... ยืนระหน่ำตีกลองแบบไม่ยั้งมือ
สะใจ ๆๆๆ
บรรยากาศยามค่ำ ริมกำแพงวัดพระเขี้ยวแก้ว งามจับใจ
ทะเลสาบ สะท้อนแสงไฟจากตัวเมืองระยิบระยับ
ทุกอย่าง ดูสงบเงียบ สันติ และ ศักดิ์สิทธิ์
ไม่น่าเชื่อว่า ... ข้าพเจ้า
กำลังยืนอยู่ในพื้นที่ เขตอันตรายที่สุดของศรีลังกา
คงจะน่าเศร้าสลดใจ
หากมีบรรยากาศแบบนี้ เกิดขึ้นในประเทศเรา ....
ที่หน้าวัด พระเขี้ยวแก้ว
คือ โรงแรม ... สวยงามแบบคลาสสิค
หากใครต้องการชีวิตแบบ เร้าใจๆ ก็ลองมาพักดูได้ ...
เพราะ เพียงแค่โผล่หน้าต่าง ก็จะได้เห็นทะเลสาบอันสวยงาม
ได้เห็นวัดพระเขี้ยวแก้ว ที่สว่างไสว
ได้เห็น กองทัพและอาวุธพร้อมมือ ...
อารักขาเต็มพิกัด อยู่หน้าโรงแรม
และ ที่สำคัญมากๆๆๆๆๆ
โรงแรมนี้ ... ติดอันดับ โรงแรมผีสิง
ดุสุดๆ หลอนสุดๆ เฮี้ยนสุดๆ ...
ติดอันดับ 1 ใน 3 ของเอเชีย
อันได้แก่ ... เชียงตุง - พม่า
เสียมเรียบ (นครวัด) - เขมร
และที่นี่ ... หน้าวัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ - ศรีลังกา
เช้าวันรุ่งขึ้น ...
ข้าพเจ้า ก็ผ่านพ้น คืนหลอนไปได้
ทุกอย่างปกติดี ... ยกเว้นเหล่าพนักงานโรงแรม
ที่แต่งตัวแบบนี้ ...
ดูแล้วก็ หลอนๆ ไปอีกแบบ
วันนี้
ข้าพเจ้า มีกำหนดการไปทอดกฐิน ...
บรรยากาศยามเช้า ดำเนินไปตามวิถีของมัน
เด็กนักเรียนสาวๆ ไปโรงเรียน ...
เด็กหนุ่ม ... เก๊กหล่อ
พี่ยาม รปภ. ยืนเลือกซื้อลอตเตอรี่ ...
ไม่ว่าประเทศไหนๆ ...
หวย คือ ลมหายใจแห่งความหวังเสมอ
พาหนะที่สำคัญ ในแถบประเทศนี้ ... ก็คือ รถตุ๊กๆ
รถจักรยาน ก็ยังเป็นที่นิยมเช่นกัน
วัดที่ข้าพเจ้า เดินทางไปนั้น
อยู่ห่างจากเมืองแคนดี้ 3-4 ชั่วโมง
วัดนี้ ... ชื่อ "วัดมหิยังคณะ"
เป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ องค์ใหญ่
เป็นต้นแบบ ของพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ของไทยเรา
รอบองค์พระเจดีย์ มีช้างล้อมรอบ
มีทั้งยืนล้อม ทั้งนอนล้อม โผล่แต่หัว ...
ดูแปลกดี ...
พระพุทธรูป ... สีสันสดใส
เนื่องจาก วันนี้ .... มีงานทอดกฐินที่วัด
ดังนั้น จึงถือว่า เป็นงานบุญที่สำคัญ ของชาวเมืองนี้
แบบว่า ... มีการตั้งขบวนแห่กฐิน
แต่สิ่งที่ช่วยให้งานนี้ คึกคักมากขึ้น ก็เป็นเพราะ
มีการนำช้าง มาเดินนำขบวนกฐินด้วย
และ มีนักดนตรี และ นักแดนซ์ ... ร่วมงานคับคั่ง
ทีมมิวสิคแต่งกายสีสดใส
แต่ ... มีแต่ผู้ชายล้วนๆ
อายุ ก็ประมาณ รุ่นคุณลุง คุณอาทั้งนั้น ....
อย่างไรก็ตาม ... เหล่านักแดนซ์ ก็เป็นวัยรุ่น
หน้าตาประมาณนี้ ...
ใครชอบหนุ่ม แนวดำๆ เข้มๆ ... ก็คงจะถูกใจ
งานนี้ ... ก็คล้ายๆ งานบุญกฐิน ในบ้านเรา
บรรยากาศครึกครื้น ....
ตลอดรายทาง ของขบวนแห่ ...
มีชาวบ้าน ต่างก็ปีนกำแพงดู
เพื่อให้เห็นขบวนแห่แบบชัดๆ ตลอดทาง
สาวชาวบ้าน แห่งศรีลังกา ...
ดูสดใส บริสุทธิ์ ประมาณ นี้ ...
ตลอดทาง ... จะมีชาวบ้าน มาล้อมดูตลอดเวลา
และ เมื่อองค์กฐิน ผ่านหน้า
เขาจะยกมือไหว้ท่วมหัว ..
เปล่งเสียงว่า "สาธุๆๆๆๆ ... " ตลอดเวลา
บรรยากาศ ทั้งสนุกสนาน ทั้งศักดิ์สิทธิ์
เพราะ เป็นงานกฐิน แบบปลอดแอลกอฮอลล์ อย่างสิ้นเชิง
สาธุๆๆๆๆๆ ....
ภาพที่เห็นตลอดทาง .. ก็คือ
ภาพชาวบ้าน แบกอาหารจากบ้าน มาช่วยงานบุญ ...
แบบว่า ... ดูเหมือนว่า
ประชาชน จะมางานกฐินนี้ กันทั้งเมือง
... ทั้งคนหนุ่ม
คนแก่
อุบาสก ... อุบาสิกาเด็กๆ ตัวดำเมี่ยม ...
ยิ้มสดใส ฟันขาวโพลน ....
นี่คือ ... เหล่าพระภิกษุ
นี่คือ ... ภิกษุณี ... พระผู้หญิงและแน่นอน ... เหยื่อที่ข้าพเจ้าโปรดปราน ที่สุด
ก็คือ ... เหล่าเณรๆ ทั้งหลาย นั่นแหละ
มันน่าแปลกใจจริงๆ ว่า ...
ทำไม เณรทุกชาติ ทุกภาษา ...
สามารถแอ๊คอาร์ท กันเก่งๆ ทั้งน้าน ...
ข้าพเจ้า มองภาพรอบตัว ด้วยความประทับใจ
ภาพหญิงร่างใหญ่ เดินจูงลูกตัวน้อยๆ เดินเล่นรอบวัด
นี่คือ ... วิถีชีวิตแบบง่ายๆ ที่สงบสุข
นี่คือ ... งานบุญกฐิน ที่เรียบง่าย
ที่ทุกคนในชุมชน ในสังคม มาร่วมมือร่วมใจ ...
มีส่วนร่วม ทั้งกาย ทั้งใจ ... อย่างเต็มกำลังศรัทธา
ไม่เว่อร์ ไม่มัวเมา ไม่แบ่งแยก ไม่ฟุ่มเฟือย ....
เห็นแล้ว น่าชื่นใจ ยิ่งนัก
อาจเรียก ได้ว่า งานนี้ ...
บรรลุถึง แก่นแท้ของพระศาสนา อย่างแท้จริง
ข้าพเจ้า ก็คงจะสงสัย
และ ค้างคาใจเล็กๆ ว่า
แล้ว
.
" ทุกวันนี้
... คนไทย อย่างเราๆ ...
กำลังทำอะไรกัน อยู่หนอ ? ... "
.
............................................


3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คนไทยอย่างเรากำลังนั่งอ่าน Blog พี่ไงคับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บรรยากาศดูสวยดีครับ
ขอบคุณครับที่นำมาให้ดุครับ

Pook Z9 กล่าวว่า...

เมืองของเค้าสวยดีนะคะ
ดูคลาสสิคจัง