ในเทอมนี้ ... ข้าพเจ้าจะค้าง ณ ทุกคืนวันอังคาร ...
ณ คืนวันอังคารที่ผ่านมา ... ทุกอย่าง ก็เป็นไปวิถีแห่ง IE
เวลาผ่านไป นานเท่าใด ... มิอาจจะรู้ได้

ภาพรถสองแถว สีแดงมอมๆ .... บรรทุกเด็กๆ ชาว IE เต็มเพียบแล่นโขยกเขยก ตะลุยฝุ่นเข้ามาในลานวัด ....
ทุกคน... หัวหูมอมแมม ... เฉาด้วยไอแดดยามบ่าย
เลขทะเบียนรถ ของรถสองแถว กลายเป็นเลขเด็ดที่เซียนหวยทุกคน แอบไปซื้อ ... แล้วก็ถูกหวยกันจริงๆ
ใช่แล้ว ...
นี่คือ ภาพงานวันเผาศพ ... ป้าแม่บ้าน ภาค IE ของเรา
... "ป้ามะลิ" ....
10 สิงหาคม 2549
ป้ามะลิ ... อยู่กับพวกเราชาว IE มาช้านาน
เรียกได้ว่า ... เป็นทีมงาน IE รุ่นแรกๆ ก็ว่าได้
ทนทุกข์ ทนลำบาก ... ทนกับเด็กๆ IE มารุ่นแล้วรุ่นเล่า
เพราะตามธรรมดา ... งานแม่บ้านๆ ก็หนักหนามากแล้ว
สำหรับ หญิงสูงวัย อย่างป้ามะลิ
แต่ยิ่งต้องมา ผจญกับสังคม IE กับพวกเรา
แบบว่า ... ทุกๆ คน ใช้ทรัพยากรที่ภาคเต็มที่
ใช้ห้องทุกห้อง ... เกือบๆ ตลอด 24 ชั่วโมง
กินไม่หยุด ... เข้าส้วมไม่หยุด
จัดงานเลี้ยงไม่หยุด ... ทิ้งขยะไม่หยุด
แค่กวาดๆ ถูๆ และ เก็บขยะ ... อย่างเดียว ก็เหนื่อยแล้ว
เพราะ แค่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ... ทุกๆ อย่างในภาค
ก็ยับเยิน ยุ่งเหยิง ... สกปรก เลอะเทอะ ตามประสา IE
นี่คือ ... สิ่งที่ไม่มีใครเคยคิด
ข้าพเจ้าเอง ... เพิ่งจะได้คิด เพิ่งจะรู้สึก และ เพิ่งจะสำนึกได้
ก็เมื่อ... ป้ามะลิได้จาก IE ไปแล้ว
จากไป ... อย่างไม่มีวันกลับ
สิ่งเดียว ... ที่ข้าพเจ้ายังรู้สึกดีใจเสมอ ...
ก็คือ ... ข้าพเจ้ามักเล่านิทานเก่าแก่ เรื่องหนึ่ง ... ให้เด็กๆ IE ฟัง
เรื่องมีอยู่ ว่า
... มีวิศวกร 2 คน ... ทำงานเก่งเท่าๆ กัน
รอบรู้ศาสตร์แห่ง IE ครบถ้วน ...
เป็นที่รักของหัวหน้า และ เพื่อนร่วมงาน
แบบว่า ... รู้ซึ้ง ถึงทุกอย่าง เช่น
... หัวหน้าชอบกินอะไร?
ภรรยาหัวหน้า ... ใส่กางเกงใน เบอร์อะไร?
เพื่อนร่วมงาน ชอบกินเหล้าที่ไหน... ชอบกินอาหารแบบไหน? ....
ลูกค้า - ซัพพลายเอร์ - เซลล์ - ฯลฯ นิสัย สันดาน เป็นยังไง ?
แบบว่า ... รอบรู้ไปหมด รู้ครบทุกกระบวนท่า ...
ดังนั้น ... ในตอนที่ต้องมีการ promote วิศวกรทั้งสอง
ให้ขึ้นสู่ตำแหน่งบริหาร ...
หัวหน้าใหญ่ ... ก็ไม่รู้จะตัดสินใจ อย่างไร ว่าควรจะเลือกใครดี ???
เพราะ วิศวกรทั้งสอง ... ก็เก่งเท่ากันหมด
แต่ในที่สุด ... หัวหน้า จึง ถามคำถามเด็ด ... ว่า
" ... ป้าแม่บ้าน ... คนที่กวาดถูห้องน้ำ เก็บกวาดสำนักงานเรา
ชื่อว่าอะไร / ชื่อเล่นว่าอะไร / เป็นคนที่ไหน /ชอบกินอะไร ?..."
ณ ตอนจบ ... คำถามนี้ มีวิศวกร ในอุดมคติ ... ตอบได้คนเดียว
และ ก็ได้รับการ promote ให้เจริญก้าวหน้า ต่อไป ...
คนที่ตอบคำถามแบบนี้ ได้ .... นอกจากจะเป็นคนเก่งแล้ว ...
ก็ยังเป็น คนที่มองเห็นเพื่อนร่วมงานครบทุกคน
คือ มองเห็น "คุณค่า" ของทุกๆ คน ... ที่อยู่ร่วมโลก
แม้ว่าบางคน อาจคิดว่า ....
ก็แค่ป้าแม่บ้าน ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ...
คงจะไม่มีผลอะไร ต่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
คงจะไม่มีผล ต่อความรุ่งเรืองขององค์กร ...
แต่ความจริงนั้น ... สิ่งนี้ เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ
และผลจากนิทานเรื่องนี้ ...
ก็ทำให้พวกเราชาว IE ทุกคน ที่ได้ฟัง นิทานเรื่องนี้ ...
มองป้ามะลิ ... ในมุมมอง ที่เปลี่ยนไป
ป้ามะลิ ... ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต ชาว IE
เป็นป้าแก่ๆ ... ที่พวกเรา ทั้งเคารพ ทั้งสนิทสนม
และ ทั้งไม่เกรงอกเกรงใจ ... พร้อมจะ ใช้งานป้าแหลกราน
แบบว่า ... หากใครทำภาค สกปรกเลอะเทอะ
แล้วถูกข้าพเจ้าดุด่า สั่งให้เก็บกวาดให้สะอาด
มันก็มักจะทำตัวเนียนๆ ... ไปบอกป้ามะลิ ว่า
ข้าพเจ้า สั่งให้ป้าไปกวาดถูให้หน่อย
ป้ามะลิ แกก็หลงเชื่อ... ทำตามคำสั่งปลอมๆ โดยดี
นอกจากนี้ ... บางคน ก็อุกอาจมาก
แบบว่า ... ไปแอบอ้าง หลอกลวงป้ามะลิ ว่า
มันเป็น หลานชายพี่เต่า ...
แล้วมันก็ ใช้งานป้ามะลิ แบบแหลกราน ....
หรือ บางที ... เวลากลุ่ม project
จะมาเบิกเงินค่าวัสดุ ... แต่เผอิญเมาๆ จนทำใบเสร็จรับเงินหาย
ก็มักจะใช้มุกเดิมๆ ... อ้างว่า
1. เอาใบเสร็จ วางไว้บนโต๊ะข้าพเจ้าแล้ว
2. ลมพัดแรง ไปหน่อย
3. ใบเสร็จ ปลิวตกบนพื้น
4. ป้ามะลิ ขยันมาก มากวาดห้องทำงานข้าพเจ้าทุกเช้าบ่าย
5. ป้าก็เลย ... กวาดใบเสร็จ ทิ้งไปเลย
6. ดังนั้น ... ขอเบิกเงิน แบบไม่มีใบเสร็จครับ ... หุๆๆๆๆ
7. ความผิดทั้งหมด ... เป็นของป้า คร้าบบบบ ....
นี่คือ ... ตัวอย่าง ชะตากรรม ของป้ามะลิ ...
มีอยู่วันหนึ่ง ... ข้าพเจ้าเกิดอารมณ์สุนทรีย์ แบบ hi-so ๆก็เลย ... โทรสั่ง พิซซ่า มากิน
สมัยนั้น ... ลาดกระบัง ยังอยู่ไกลโพ้น สุดขอบเมืองหลวง...
อีกทั้ง ประชาชนแถบนี้ ค่อนข้างมัธยัสถ์ ... ราคาพิซซ่า ก็แพงอยู่
และ ไม่มีลด/แลก/แจก/แถม กันมากมาย เหมือน ตอนนี้ ...
นานๆ... จึงจะมีใครสั่ง พิซซ่า มากินสักที
และ เด็กส่งพิซซ่า หน้าใหม่ๆ ก็มักจะหลงทาง ทุกที ...
ดังนั้น ... ข้าพเจ้าจึงมอบหมายงานอันยิ่งใหญ่ ให้กับป้ามะลิ
ก็คือ ... คอยโบกมือเรียก เด็กชุดแดง ... ที่ขี่มอร์เตอร์ใซค์ส่งพิซซ่า
จำได้ดีว่า ... ส่งเงิน ใบละ 1,000 บาท ให้กับป้ามะลิ
บอกว่า ... นี่คือเงินค่าพิซซ่า นะ ...
ป้ามะลิ ทำหน้าตกใจ ... แล้วพูด ว่า
"... เงินตั้งเยอะ ... เด็กมันจะ มีเงินทอนเหรอ ?"
ข้าพเจ้าหัวเราะชอบใจ ... ในความเฉิ่มๆ เชยๆ ของป้า
ก็บอกว่า ... " เดี๋ยวเงินทอนทั้งหมด ป้าเก็บไว้ก็แล้วกัน นะ ..."
ป้าก็ยังทำหน้า งงๆ อยู่
และเมื่อพิซซ่ามาส่ง ... ป้ามะลิ ก็ดูแลจัดการเรียบร้อย
แล้วหอบพิซซ่าถุงโต มาให้ข้าพเจ้า และทีมงาน
แล้วป้าก็ส่งเหรียญเงิน 4 เหรียญ มาให้ข้าพเจ้า แล้วบอกว่า
"... เงินทอน 17 บาท ค่ะ ... ป้าไม่เอาหรอก
แต่ว่า ... ทำไม มันแพงอย่างนี้ ...
อาจารย์ กินไปได้ยังไง ? ..."
ข้าพเจ้า ... หัวเราะชอบใจ แบบคนรวยสมองกลวง ทั้งหลาย
แล้ว ฉีกพิซซ่า 1 ชิ้น ให้ป้ามะลิ ... แล้ว บอกว่า ...
" .... เอ้า ... ป้าลองกินของแพง สักหน่อย สิ ... "
แต่คำตอบ ของป้ามะลิ ... ทำให้ข้าพเจ้าอึ้ง
อึ้ง และ สำนึกตัว .... ตราบจนบัดนี้
ป้าบอกว่า ...
"... ไม่เอาค่ะ ...
แค่ 1 ชิ้น ... ก็คงจะแพงกว่าค่าแรงป้า 1 วันแล้ว
ป้ากินไม่ลงหรอกค่ะ ... เสียดายเงิน
ถึงแม้ จะไม่ใช่เงินเรา ก็เถอะ ...
แต่ ... อย่าดีกว่า ... "
แล้วป้า ก็จากไป ... ปล่อยให้คนมีเงินแบบโง่ๆ
ที่สมองกลวงโบ๋ ... อย่างข้าพเจ้า ... ได้สำนึก
และจากนั้น มา ...
ทุกครั้ง ที่สั่งพิซซ่ามากิน .... ข้าพเจ้า ก็คิดถึง ป้ามะลิ เสมอ
คิดเสมอก่อนจะพูด ... ระมัดระวังคำพูด เสมอ ...
และ ต้องระมัดระวัง "ความรู้สึก" ของ ผู้อื่น เสมอ ...
อีกทั้ง .... ข้าพเจ้า ก็ตักเตือน ตนเองเสมอ
ในเรื่องการใช้จ่าย ที่สุรุ่ยสุร่ายเกินพอดี ...
(และ จากการสืบทราบมาในภายหลัง ...
ข้าพเจ้าพบว่า ค่าแรง รายวันของป้าๆ แม่บ้านทั้งหลายนั้น
ต่ำมากๆๆๆๆ มากจนน่าตกใจ .... นอกจากนี้
ยังต้องถูกหักค่านายหน้า ค่าหัวคิว ค่าประกัน อีกมากมาย ฯลฯ)
ณ วันหนึ่ง ... ประมาณ ช่วงวันปีใหม่ ...ป้ามะลิ ... ย่องเข้ามาหาข้าพเจ้าอย่างเงียบๆ
แล้วส่ง ของขวัญปีใหม่ ... มาให้ข้าพเจ้า
มันคือ ... กล่องขนมสี่เหลี่ยม สีเขียวๆ
ทำด้วยโลหะ ลวดลายการ์ตูน .... พบได้ทั่วไปตามร้าน 7-11
ข้างในกล่อง มีท๊อฟฟี่ แบบหลอกเด็กๆ ....
ป้าบอกว่า ... ไม่รู้จะให้ของขวัญอะไรอาจารย์
ให้ขนมดีกว่า ... อาจารย์มีลูกศิษย์เยอะ จะได้แบ่งกันกิน
กล่องก็สวย ... อาจารย์เก็บเอาไว้ใส่ของได้
ความรู้สึกของข้าพเจ้านั้น ... ยิ่งกว่าอึ้ง ....
มีแต่ ... น้ำตาคลอ
เพราะ ... เพียงแค่เงินค่าแรงรายวันของแก
ก็น้อยนิดเหลือเกิน ...
แค่จะกิน จะใช้ ในแต่ละวัน ... ก็ยังแทบจะไม่พอ
แต่ก็ยังมีน้ำใจ ... นึกถึงเรา
เป็นของขวัญ ที่ยิ่งใหญ่ ... ยิ่งใหญ่จริงๆ สำหรับข้าพเจ้า
และ ข้าพเจ้า ก็ค่อยๆ กินท๊อฟฟี่ทีละเม็ด ...
แล้วก็เก็บกล่องเขียวใบน้อย นี้ไว้ตลอด
และท้ายสุด ...
ก็เอามาทำเป็นที่ปักเทียน ... เทียนแห่งความสุข
จะจุดทุกครั้ง ... ที่ได้ล้อมวง พูดคุยพบหน้า คนที่รู้ใจ
เราล้อมวงกัน ... จุดเทียนวอมแวม
คุยกัน ... หัวเราะกัน ... ร้องไห้กัน
ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ... ทั้งฝัน ทั้งหวัง ... ฯลฯ
สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ... เกิดภายใต้ แสงเทียนเล่มนี้ ... ตลอดมา

และ ท้ายสุด ...
เมื่อถึงเวลา ... ที่ถูก ที่ควร ...
ทุกสิ่ง ... ก็หมุนเวียน เปลี่ยนไป ตามธรรมดาโลก
แม้แสงเทียน จะดับลง ... แต่ชีวิตจริง ก็ยังคงต้องดำเนินไป
บางครั้ง ... ความจริง ก็เจ็บปวด และ ยากจะทำใจ
เมื่อ ป้ามะลิ จากพวกเราไป ... อย่างกระทันหัน
ในตอนต้นๆ เดือนสิงหาคม 2549
ข้าพเจ้าไม่ได้อำลา ... ไม่ได้พูด ในสิ่งที่อยากบอกป้ามากมาย
ไม่ได้ ... แม้แต่จะกล่าวคำขอบคุณ หรือ ขอโทษ ...
มีเหลือไว้แต่ความทรงจำ ... ที่ยังเกาะติดแน่น ไม่มีวันเลือน
ข้าพเจ้า ... วางกระป๋องสีเขียว มอมๆที่ติดแน่น ด้วยคราบน้ำตาเทียน ... ไว้บนตู้ ข้างกายเสมอ
ตู้ซ้ายสุด ... ชั้นที่สอง ข้างหนังสือพระไตรปิฎก ....
ทุกครั้งที่มอง กล่อง .... ก็นึกถึง ป้ามะลิ คนเก่าแก่
อีกทั้ง ....
ยังคิดถึง แสงเทียน ... บนกล่องใบน้อยสีเขียว
คิดถึง เหล่าผู้คนที่รู้ใจ ... คิดถึงเสียงพูดคุย คิดถึงความรู้สึก
ภายใต้แสงเทียน นี้ ....
ดังแว่ว .... โหยหวน
สะท้าน ณ กลางใจ .... พวกเราทุกคน
ถึงป้ามะลิ ... จะเป็นแค่ป้าแม่บ้าน แก่ๆ ตัวคนเดียว
ต้องพายเรือจากบ้านทุกเช้า ... มาขึ้นรถไฟ ไปทำงาน
ณ สังคมอันแสนยุ่งเหยิง วุ่นวาย ณ บ้าน IE ของพวกเรา
... เป็นคน "ไม่สำคัญ" ... อะไรมากนัก
ในสายตาชาวโลก
แต่สำหรับข้าพเจ้านั้น ...
ใครจะเป็น "คนสำคัญ หรือ ไม่สำคัญ" ประการใด นั้น
ไม่ใช่เรื่อง สำคัญอะไรเลย ...
เพราะ คนทุกคน ... มี "คุณค่า" เสมอ
" .... จุดจบ แห่งวาระสุดท้าย ของชีวิตพวกเรา ทุกคน ...
คือ การเดินทางจากไป แต่เพียงลำพัง ... "
และ ย่อมเป็นการเดินทาง เพียงลำพังคนเดียว
... อย่างโดดเดี่ยว และ เดียวดาย เสมอ ....
นี่คือ สัจธรรม ...
ที่เที่ยงแท้แน่นอน สำหรับพวกเราทุกคน ...
.... ไม่มีใคร หนีพ้นความตาย ... ไปได้ แม้แต่คนเดียว
.....................
........
...
.
เปลวไฟ ... ลุกโชติช่วง
ข้าพเจ้าเหลียวหลังกลับ ...
มองอำลา "ป้ามะลิ" เป็นครั้งสุดท้าย ...
ละอองควัน จากเชิงตะกอน ...
ลอยจางๆ สลายไปในอากาศ อย่างช้าๆ
ราวกับ จะฝากให้พวกเราทุกคน ... ได้คิดถามตนเอง ว่า
" ทุกวันนี้ เราทำตนเอง ให้มี "คุณค่า"... มากน้อย แค่ไหน ? "
และ ...
" ทุกวันนี้ เรามองเห็น "คุณค่า" ของคนอื่นๆ ... มากน้อย เพียงใด ? "
............................................


8 ความคิดเห็น:
อ่านแล้วซึ้งมากกกกกครับบ
สุดยอดครับบบบบบบบบบบ
ขอบคุณมากกกกกกครับ
neck
ขอบคุณพี่เต่าครับ...
อั้ม Zn02
คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่มีเงิน ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังใหญ่ และไม่ได้อยู่ที่หน้าตาดี
แต่... อยู่ที่จิตใจ ที่คิดดี ที่มีน้ำใจ ที่ไม่คิดร้ายกับผู้อื่น
คือ... คุณค่าของคนที่ยิ่งใหญ่
ขอให้ป้ามะลิไปสู่สุคติ ในภพที่สงบสุขค่ะ
คิดถึงป้ามะลิด้วยคนคะ ป้ามะลิเป็นป้าที่น่ารักตลอดกาล
(นกทำงานมาหลายที่ยังหาแม่บ้าน พ่อบ้านที่น่ารักเท่ากับที่ IE ไม่เจอเลยคะ)
นก IE03
คิดถึงป้ามะลิด้วยคนค่า
อยากให้เรื่องของป้าเป็นคติเตือนใจชาวไออีไปทุกๆรุ่น
ตอนที่ 202 มันชั่งสะกดอารมณ์เราได้เยี่ยงนี้
คิดถึงป้ามะลิครับ
..Art Zn01
อึ้งไปเลยค่ะ (กล่องขนมและน้ำตาเทียนอันนั้น..)
..เป้
แสดงความคิดเห็น