วันศุกร์, กรกฎาคม 04, 2551

ตอนที่ 185 : เยือนปราสาทเขาพระวิหาร... มรดกโลก?

ข้าพเจ้า หยุดเขียนไปหลายวัน
เนื่องจาก กำลังอยู่ในช่วงการปรับวงจรชีวิตใหม่
ซึ่งก็ยังไม่ค่อยจะลงตัวมากนัก ...
แบบว่า ตอนนี้ ... ข้าพเจ้าจะมาทำงานอยู่ที่ภาคเรา
แบบ 3 วันเต็มๆ ... 72 ชั่วโมง
คือ ตั้งแต่วันอังคารเช้า ไปเรื่อยๆๆๆๆ จนถึงวันพฤหัสฯ เย็นๆ
กิน-อยู่-หลับ-นอน-สอนหนังสือ .... ตลอด 3 วัน
ดังนั้น ... เวลาแบบส่วนตัวๆ ในตอนกลางคืน ... ก็หดหายไปหมด
เพราะทุกคืน ก็มีกิจกรรมแบบ IEๆ ... เกิดขึ้นเสมอ
เช่น ทำสุกี้หม้อไฟ ... สนทนาปัญหาบ้านเมือง
มอบนโยบาย มอบวิสัยทัศน์ นินทาประชาชน .... ฯลฯ
ข้อดี คือ ... ได้มีเวลาให้กับชาว IE มากขึ้น
เป็นอารมณ์เดียวกับ สมัยทำงาน ณ ปีแรกๆ ของการเปิดภาคเราใหม่ๆ
แต่ข้อเสีย ก็คือ มีเวลานอนน้อยลง ... และ ที่สำคัญ คือ
คงจะ ไม่มีสมาธิในการเขียน blog ... ในช่วงกลางๆ สัปดาห์
ด้วยประการทั้งปวง ...
กิจกรรม และ กิจวัตรใหม่ๆ ทั้งหลายนี้ ....
คงจะปรับตัวเข้าสู่สภาวะที่ลงตัวได้ .... ในไม่ช้า
ความจริง ... ข้าพเจ้ามีเรื่องราว ที่อยากจะเขียนมากมาย
เช่น เรื่องของท่านอาจารย์หนึ่ง-เชาเชาวลิต ...
ที่เพิ่งจะอำลาจาก IE ไปแดนไกล
แต่เรื่องนี้ คงจะต้องขอเวลา ในการ build อารมณ์สักเล็กน้อย ...
ดังนั้น .. ในตอนนี้
ก็จะ นำเรื่องที่เคยนึกๆ ว่าอยากจะเล่าให้พวกเราฟังกัน
สืบเนื่องจาก มีเหล่า สาวกนักเที่ยว เคยถามมามากมาย ว่า
ข้าพเจ้า เคยไปเที่ยว ปราสาทเขาพระวิหาร หรือไม่?
อีกทั้ง ณ ตอนนี้ ... ปราสาทแห่งนี้
ก็กำลังเป็นประเด็นร้อนๆ ของรัฐบาลไทย อยู่
ดังนั้น
ณ ตอนนี้ ... ข้าพเจ้า จึงขอนำพวกเราไปเที่ยวที่นี่สักหน่อย ...
และคงจะขอได้โปรดงดเว้น ... การวิจารณ์และเหน็บแนม
เกี่ยวกับประเด็นร้อนๆ ทางการเมืองทั้งหลาย
ตามนโยบาย ไร้สาระแบบสุดขั้ว ...
ของ IE Story ... นั่นแล...

อันว่า ... การเดินทางไป ปราสาทเขาพระวิหาร นั้น
จะต้องเริ่ม จากการเดินทางมุ่งสู่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ
ระยะทางก็ไกลอยู่ ... ดังนั้น ก็ควรวางแผนการเดินทางให้ดี
และ จุดที่เราจะต้องข้ามแดน เพื่อเข้าสู่แผ่นดินเขมร
ก็คือ เขต อุทยานแห่งชาติ เขาพระวิหาร

ซึ่งมีจุดท่องเที่ยว ที่ควรจะแวะสักเล็กน้อย เรียกว่า "ผามออีแดง"
หน้าผานี้ ... เป็นภูเขาเทือกเดียวกับ เขาพระวิหาร ....
ณ จุดนี้ ... มองออกไป ไกลสุดตา คือ แผ่นดินเขมร อันเขียวชะอุ่ม ....

และหากเดินตามป้าย ... เลาะขอบหน้าผาไปเรื่อยๆ
ก็จะถึง จุดที่เป็น "ผามออีแดง" ...
ความจริง ก็ดูงั้นๆ แหละ ... แบบว่า วิวสวย อากาศดี ...
แต่พื้นของหน้าผาแถบนี้ กลับดูแปลกดี เหมือนอยู่บนดาวอังคาร
คือ เป็นพื้นหิน ที่เป็นหลุมๆ บ่อๆ ... ดูแปลกตา

อย่างไรก็ตาม .. สิ่งที่น่าแวะชม ณ ผามออีแดง ...
ก็คือ ต้องพยายาม หาทางเดินเลาะลงไปข้างๆ ขอบหน้าผา
ซึ่งก็จะเป็นทางเดิน ที่ทำด้วยไม้ มั่นคงแข็งแรง ... วิวสวยสุดๆ

พอเดินไปเรื่อยๆ จนสุดทาง

ก็จะพบประตูเหล็ก ใส่กุญแจเรียบร้อย ...
ก็ไม่ต้องแปลกใจ ว่า นี่คือ บ้านใคร? ....
เพราะ หากมองทะลุเข้าไป จะพบภาพแกะสลักริมผา มออีแดง

เป็นรูปเทพเจ้า ของศาสนาฮินดู ....

ใครมาแอบ แกะสลักไว้ ? ... และแกะเพื่อ อะไร?

ก็ยังไม่มีข้อสรุป ...
บ้างว่า ... เป็นที่ซ้อมมือ

สำหรับพวกช่างที่มาก่อสร้างปราสาทเขาพระวิหาร
บ้างก็ว่า ... ที่นี่ เป็นจุดที่ใช้อู้ หรือ ใช้หลบงาน

ของพวกช่างแกะสลักหิน ในสมัยโน้น
แบบว่า ... ลี้ลับ มิดชิด และบรรยากาศดีมากๆ

เหมาะแก่การงีบหลับ หรือ ชมวิวร่ำสุรา ...
และหากได้มานั่งหลบงาน ที่นี่ ... ก็อาจจะเกิดอารมณ์สุนทรีย์

แล้วก็เลย แกะสลักหน้าผาเล่น.... ก็เป็นไปได้

จากนั้น ... ก็เตรียมเดินทางข้ามชายแดนสู่เขมร
ก่อนเข้าข้ามแดน ... จะมีเสาธงสูงๆ ของธงชาติไทย
ซึ่งก็ควรจะมองดูเอาไว้ให้ดีๆ ...เพราะ หากเกิดเหตุฉุกเฉินประการใด
จะได้วิ่งหนีกลับประเทศเราได้ถูกทิศทาง ...

แล้ว ... ก็เดินทางเข้าเขมรได้ ... ตามถนนสายนี้
ซึ่งก็เป็นการ "เดิน" จริงๆ ... เพราะตามปกติ
ณ จุดนี้ เขมรท่านก็ไม่ยอมให้เราเอารถเข้าไปใกล้เขตแดน ...
ดังนั้น ... ก็ต้องเดินดุ่ยๆๆๆๆ ด้วยเท้า ไปอีก 2-3 กิโลเมตร ...
เรื่องที่น่าแปลกคือ ... ไทยเป็นเจ้าของทางขึ้นของภูเขาลูกนี้

แต่เขมร เป็นเจ้าของตัวปราสาท .... ซึ่งอยู่ปลายหน้าผา

หากมีการปิดพรมแดน อย่างจริงๆ จังๆ ...

ถ้าหากชาวเขมร อยากจะขึ้นไปบนตัวปราสาท

ก็จะมีวิธีเดียวเท่านั้น คือ ...

ก็ต้องเหาะหางอากาศ หรือ ไต่หน้าผา ขึ้นไปเอง ...

เรื่องนี้ เป็นคำตัดสินของศาลโลก .... ซึ่งทำให้คนไทยในยุคนั้น น้ำตาตก

เพราะ อาจเรียกว่า ... ถูกโกงอย่างไร้เหตุผล ที่สุด

ด้วยประการทั้งปวง ข้าพเจ้าขอปิดประเด็นนี้ ...

และขอเล่าต่อ แบบเบาๆ ว่า ...

ในที่สุด เราก็จะถึง ทางขึ้นตัว ปราสาทเขาพระวิหาร ....
ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ ... เพื่อนร่วมทางของข้าพเจ้า ...
ก็เป็น คนแก่ๆ หน้าเดิมๆ นั่นแหละ ...
ก็คือ ท่านศุภกิจ-Z1 .... รุ่นโบราณๆ กับ
ท่านอาร์ท-Zn1 .... ก็รุ่นโบราณๆ พอๆ กันหละ ...
ซึ่ง หากใครไปงานรับน้องปีนี้

ก็อาจจะได้เห็นหน้า ป๋ากิจและน้าอาร์ท แบบแว้บๆ ...

นี่คือ ... ทางขึ้นชั้นที่หนึ่ง .... ซึ่งก็เป็นบันไดหิน ...

ดูไม่สูง ไม่ชันนัก .... แต่พอเดินจริงๆ ก็เหนื่อยใช้ได้

คนมวลเยอะๆ แบบข้าพเจ้า ... อาจจะลำบากสักนิด

ยิ่งเดินขึ้นไป ... ก็ยิ่งเห็น คุณกิจ-คุณอาร์ท ตัวเล็กลงๆๆๆๆ
และ พอถึงปราสาทชั้นแรก ... ก็จะเห็นธงเขมร ปักไว้อย่างสง่าผ่าเผย

คุณกิจ-อดีตประธานชมรม Jumping Thailand ...

จึงโชว์พลังแบบเล็กๆ

... ประชาชน ในพื้นที่ คงจะงงพอสมควร ว่า
มันเกิดอะไรขึ้นวะ ... แบบว่า .... มรึง จะกระโดด ไปทำไม๊ ?

จากนั้น .. ก็เดินกันต่อไป

ผ่านปราสาท ชุดที่หนึ่ง

ซึ่งสภาพ ก็เป็นดังในภาพนี้

และ ยังคงมีร่องรอย ความอลังการอยู่ ...

จากปราสาทชุดแรก .... ก็เข้าสู่ถนนหิน เอียงลาดขึ้นเขา
พื้นถนน ปูด้วยก้อนหิน ขนาดจัมโบ้ ...
ตามทาง ... จะมีป้ายบอกเป็นระยะๆ ...
โดยสรุป คือ

ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง หรือ ตามที่มีหญ้ารกๆ
เพราะ ยังมีกับระเบิด ฝังไว้เพียบ ยังไม่ได้กู้ขึ้นมา
ระเบิดเหล่านี้ .. ฝังเอาไว้ตั้งแต่สมัยสงครามเขมร โน่น ...

จากนั้น ... พอสุดถนน ก็ถึงปราสาทชุดที่สอง

แล้ว ก็เดินต่อไปๆๆๆ ... ตามถนนสายหินจัมโบ้

สองข้างทาง จะเป็นแผงลอย ของสินค้าแบบเขมรๆ ...
ก็คือ สินค้าจำพวก เสื้อยืด / บุหรี่ปลอม / เหล้าปลอม
แบบว่า... black ขวดลิตร ราคาไม่เกิน 200 บาท

แต่ดื่มแล้วตาฝ้าฟาง ... ปวดหัวปวดตับ ไปอีก 33 วัน ...

ส่วนบุหรี่ ... ก็แบบว่า ....

สูบแล้ว.... พวกเชื้อมะเร็งปอด จะฝ่อตายไปหมด ...

เพราะ ... ของเขมรมันแรงจริงๆ

ภาพชีวิตตามรายทาง ... คือ เด็กเขมรตาดำๆ ... นั่งสิ้นหวัง

ปราสาทแต่ละชุด ก็สร้างแบบอลังการสวยงาม

ช่องประตู ดูดีมีระเบียบแบบแผน
ตามหลักฮวงจุ้ย+สถาปัตยฯ+วิศวกรรมศาสตร์ เปี๊ยบ

คุณอาร์ท ก็ออกอาการของขึ้นเล็กๆ

จึงโชว์การ Jumpที่ช่องประตู

แต่หน้าตา ท่าทาง ของท่าน ... ดูไม่ได้จริง ...
ช่วงนี้ ฝีมือตกไปมากๆ ....
ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะ พุงเริ่มห้อยออกมาบ้างแล้ว

แต่ท่านกิจ ของข้าพเจ้า ...

ก็โชว์ลีลาระดับเทพ ให้เด็กๆ เขมรได้ชม
แบบว่า ... ลอยตัวกลางอากาศได้แบบเนียนสุดๆ ...
สุดยอดๆๆๆๆๆ

แล้ว ... เราเดินทางต่อไป

และ สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ....

ทิวทัศน์ และ บรรยากาศโดยรอบ ... ก็ดูศักดิ์สิทธิ์ และ อลังการยิ่งนัก

... และ ก็จะพบความงามและประณีตได้ ในทุกซอก ทุกมุม

เพียงแค่นั่งพักเหนื่อย .... มองดูท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
ก็งดงาม เกินคำบรรยายจริงๆ
คุณกิจ กับ คุณอาร์ท ก็เริ่มพบประชาชน ... สนทนากับเด็กเขมร

นังเด็กสองคนนี้ เดินตามกลุ่มข้าพเจ้ามาตลอดทาง

โดยพยายามตื๊อ จะขายของตลอด ....

คุณกิจ-คุณอาร์ท จึงเริ่มกิจกรรมหลอกเด็กในทันที ....

หลอกไปหลอกมา ... ก็ใจอ่อน ต้องซื้อของจากเด็กๆ

แล้วเราก็เดินต่อ ....

ไปจนถึงปราสาทชุดสุดท้าย

ซึ่ง ก็ยิ่งใหญ่ อลังการ... เช่นเดิม
ปราสาทชุดนี้ ....

รายละเอียดทั้งหลาย ของการตบแต่งสลักเสลา .... นั้นสุดยอด

แบบว่า ฝีมือการแกะสลัก ระดับเทพ
งดงามจริงๆ
ช่องทางเดิน ภายในปราสาท ก็ดูลี้ลับ ....
ปราสาทชุดสุดท้ายนี้ ... ตั้งอยู่ปลายสุดของหน้าผา บนปลายยอดเขา ...
มีทางเดินเล็กๆ อ้อมไปด้านหลัง

ซึ่งก็จะพบ... หน้าผาแห่งเขาพระวิหาร

มองลงไปเบื้องล่าง คือ ผืนป่าสีเขียวสด

บนผนังริมหน้าผา ... มีพวกมือบอน ขีดเขียนมากมาย ....
หากดูดีๆ ... เห็นแล้วก็น่าอายจริงๆ ...
เพราะ มันสลักชื่อไว้ว่า ... "สรรพสิทธิ์" ... ตัวเบ้อเริ่ม
น่าอายจริงๆ ....
ใครหนอ ทำไว้ ... ทำให้คนชื่อนี้ เดือดร้อน จริงๆ ...

อากาศ ณ ปลายผา ... ปลอดโปร่งสดใส

ทิวทัศน์และบรรยากาศ สุดยอด เกินคำบรรยายใดๆ ...

คุณอาร์ท ... ผู้ที่ผิดพลาดในการ Jumping มาตลอดทริปนี้

ก็เลย ขอแสดงลีลา เพื่อแก้ตัวสักเล็กน้อย ...
ดูๆ แล้ว ... ก็ OK. นะ ...

เพราะ สำหรับคนวัยนี้... น้ำหนักประมาณนี้ ... สามารถทำได้แค่นี้... ก็เก่งมากๆ แล้ว ...

ส่วน ป๋ากิจ ... ก็โชว์ลีลาการกระโดดระดับเทพ อีกรอบ ...
ก็ใช้ได้ ... ไม่ขายหน้าเด็กเขมร


นี่คือ ... นังหนูๆ เด็กเขมร 2 คน ...

ซึ่งก็คงจะงงๆ พอสมควร ว่า....

เกิดอะไรขึ้น กับคุณอา ทั้งสองท่านนี้

แล้วในที่สุด ...

ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ... พระอาทิตย์ใกล้ตก

พวกเรา ต้องรีบจ้ำๆๆๆๆ.... ออกจากเขตปราสาท

แบบว่า ... ต้องรีบออก ก่อนที่ด่านชายแดนเชิงเขา จะปิด

หากตกค้าง ... ก็คงจะได้พักผ่อนนอนหลับ

ณ ต่างประเทศสักหนึ่งคืน เป็นแน่แท้

ในที่สุด ... ก็ออกสู่ถนนใหญ่ .... ได้ทันเวลา
แล้วมุ่งหน้า เดินกลับสู่แผ่นดินไทย อันเป็นที่รักของเรา...
โดยสวัสดิภาพ ...
ฟ้ามืดแล้ว ....
ข้าพเจ้าออกเดินทาง จากเขาพระวิหาร ณ ยามพลบค่ำ
นั่งมองแสงสุดท้าย ของวันนั้น
ใจคิดคำนึงว่า ....
"... คืนนี้ เราจะค้างแรมที่ไหนดีหนอ? "....

รถของเรา ... ผ่านป้ายบอกทางสีขาวๆ มอๆ ...

ข้าพเจ้าร้องบอกกับ ทีมงานทั้งสองอย่างดีใจ ว่า ...
"เฮ้ย ... คืนนี้ แวะนอนที่นี่ ก็แล้วกัน ....
เพลียเหลือเกิน ..."

แต่ พอจอดรถ ... แล้วอ่านป้ายบอกทางนี้ อีกครั้ง ...

สองหนุ่ม กิจ-อาร์ท ... ก็ตอบเบาๆ ว่า ....

".... ไม่เอาว์ ดีกว่าพี่ .... ไปหาที่นอนที่อื่นเหอะ ...

แบบว่า ... กลัวจะโดน... อ่ะ..."

....

.... อิอิอิ ...

ก็ขอจบตอนนี้ ไปแบบเสียวๆ ดื้อๆ ... เพียงแค่นี้ ก็แล้วกัน

และ หาก สามารถขึ้นทะเบียน "เขาพระวิหาร" เป็นมรดกโลก ได้จริงๆ

ก็ขอฝากพิจารณา หมู่บ้านนี้ ... ให้ขึ้นทะเบียนไปด้วย

แบบว่า .... ใครที่แวะ มาเที่ยวเยี่ยมมาเยือน ณ หมู่บ้านนี้ ...

คงจะประทับใจแบบสุดๆ ... อย่างแน่นอน

.............................................

8 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

งดงาม อยากไปมั๊กๆ พี่เต่ามีทริป

ไปเที่ยวไหนอีกรึเปล่าครับเนี้ยช่วงนี้

เพื่อผมจะติดสอยห้อยตามไปด้วย

หุหุ



By xjapan Zn06

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบลีลาjumppingขั้นเทพจริงๆ ..สิทธิ์IE01

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ปอนด์ Z-H

ชื่อเราดังเลยนะพี่

แต่...บ้านโดนเอาว์อย่าไปกะผู้ชายนะพี่ เด๋วถ่ายคล่อง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่เต่าอินเทรนจริงๆเลยค่ะ อยากไปแล้วอะ แต่ว่ามันปิดแล้วใช่มั้ยคะ เป้ว่าพี่อาร์ทกะพี่กิจเปิดคอร์สสอน jumping ดีมั้ยคะ ท่าสวยตลอดเลยอะ แต่จริงๆมันขึ้นอยุ่กะฝีมือคนถ่ายด้วยน้อออออ อิอิ คิดถึงค่ะพี่เต่า

เป้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ภาพสวยครับพี่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

กล้องดีครับ ถ่ายออกมายังไงก้อสวย
BadBoy Z7

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บล๊อค แชท ล่ม แล้ว คร๊าบบบบ


hn

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รับไม่ได้ รูปกระโดดเนี๊ยะ

ต้องกลับไปกระโดดแก้ตัวซะแล้วเรา