วันศุกร์, ธันวาคม 19, 2551

ตอนที่ 251 : Déjà Vu at Ayutthaya ...

IE Story ตอนนี้
ขอ go inter ... แบบเล็กๆ น้อยๆ
ด้วยการตั้งชื่อตอน เป็นภาษาอังกฤษปนฝรั่งเศส ว่า ...
" ... Déjà Vu at Ayutthaya ... "
ซึ่งแปลเป็นไทย แบบกิ๊บเก๋ ได้ว่า ...
"... โลกหลอนที่อยุธยา ..." ประมาณนั้น แล ...
อันว่า คำว่า .... " Déjà Vu "
ที่เรียกแบบไทยๆ ว่า ... "เดจาวู" นั้น
ข้าพเจ้า เชื่อว่า หลายๆ ท่าน
ก็คงจะพอเข้าใจความหมายแล้วบ้าง
เพราะอย่างน้อย ก็เคยเป็นหนัง มาหลอกฉาย
ให้ประชาชนชาวไทย มาดูกันแล้ว
อันว่า "เดจาวู" นี้ ...
ได้บันทึกขึ้นมา จากนักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศส
Emile Boirac (1851–1917)
ในหนังสือ L'Avenir des sciences psychiques
เพื่อใช้อธิบายปรากฎการณ์ แบบว่า ....
ในบางครั้ง ... คนเราก็ มักจะมีความรู้สึกว่า
... เราได้เคยประสบพบเหตุการณ์หนึ่งๆ มาแล้ว
เช่น
เวลาที่ เดินทาง ท่องเที่ยว หรือ เจอผู้คน
ณ สถานที่ ที่ไม่เคยมา ไม่เคยพบเห็น มาก่อน
แต่เรากลับ รู้สึกแปลกๆ ว่า .....
เราเคยพบเห็น เคยสัมผัส เคยพบเจอ
กับเหตุการณ์นี้ สถานที่นี้ คนคนนี้
ณ จุดนี้ มุมนี้ อารมณ์นี้ ...
เรื่องนี้ ... มีทฤษฎีมากมาย
ที่พยายาม จะอธิบาย ถึงปรากฎการณ์นี้ เช่น
เรื่องของการระลึกชาติ ....
เรื่องของพลังจิต ...
เรื่องของจักรวาล คู่ขนาน
เรื่องของความบกพร่องของ ระบบประสาท
ที่ระบบการสื่อสารของเซลล์ เกิดการลัดวงจร ....
ทำให้ ข้อมูลใหม่ๆ ที่เราเพิ่งพบเจอ
ถูกนำไปเก็บ ในฐานข้อมูลเก่า ...
เราก็เลย ... ทึกทักว่า
เหตุการณ์เหล่านี้ ... มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ...
อะไร ประมาณ นั้น ... แล
สำหรับ ประสบการณ์ .... "เดจาวู"
ของประชาชนทั้งหลาย
ที่ข้าพเจ้าได้พบเจอ ก็มีมากมาย ...
เช่น เพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้าท่านหนึ่ง
ชอบออกอาการ "เดจาวู" เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด
แบบว่า ชอบฟูมฟาย น้ำตาไหลพราก
เวลาไปเที่ยว ณ บางสถานที่ ...
ซึ่งในกรณีนี้ ...
ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ... เกิดอะไรขึ้น
เพราะบางที่ อาจจะ "เดจาวู" ขึ้นมาได้
เพราะ คิดถึงกิ๊กเก่า ประจำจังหวัดนี้
ก็เป็นไปได้ กระมัง ?
และ
อีกกรณี ... ข้าพเจ้าพบเห็นบ่อยครั้ง
ก็คือ
สาวใช้ของข้าพเจ้า ... ก็ "เดจาวู" เหมือนกัน
แบบว่า ... ทุกครั้งที่หวยออก
she ก็จะออกอาการฟูมฟาย ....
แบบว่า ... คล้ายๆ จะเคยเห็นเลขตัวนี้แล้ว
แต่อะไรมันดลใจ ให้ซื้ออีกเบอร์ ก็ไม่รู้ ...
เรียกว่า เป็น "เดจาวู" แบบหลอนๆ โดยแท้
นอกจากนี้ ...
ก็ยังมีศิษย์ของข้าพเจ้า บางท่าน
ก็ชอบออกอาการ "เดจาวู" ... เวลาเจอหญิง
ประมาณว่า ...
พอเจอหน้าสาว ปุ๊บ .... ก็มั่นอกมั่นใจว่า
ใช่แล้ว ... ใช่เลย ... คนนี้เลย
แบบว่า ... เกิดความทรงจำเหวอๆ ขึ้นมาในบัดดล ว่า
คล้ายๆ จะเคย พาหญิงไปเที่ยวงานลอยกระทง
ในยุคสุโขทัย กันหนนึง ... แล้วก็แห้ว ...
จากนั้น
แล้ว .... ก็เคยพาหญิงหนีพม่า ...
สมัยกรุงศรีอยุธยาแตก อีกหนนึง ...
แล้วก็แห้วอีก ... เพราะถูกพม่าฆ่าตาย ....
อะไรเห่ยๆ ประมาณ นั้น
ดังนั้น จุดจบ ของ "เดจาวู" แนวนี้ ...
ก็คงจะคาดเดาไม่ยาก ว่า ...
ไม่ว่า จะเป็นอีก 100 ปี 1000 ปี ...
มันก็คงจะติด loop ของ "เดจาวู" นี้
ไปตลาดกาล ... ไม่จบไม่สิ้น
ส่วน "เดจาวู" แบบยอดนิยมแบบหนึ่ง
ที่พบเห็นได้ทั่วไป ในหมู่ศิษย์ของข้าพเจ้า
ก็คือ ...
การออกอาการ "เดจาวู" ตามร้านเหล้า
แบบว่า ... คล้ายๆ พวกที่ชอบรำพึง ว่า ....
" .... เอ ... ร้านนี้ คล้ายๆ จะเคยมาเมา กระมังเนี่ย ? "
หรือ
" ... อืมมม์ ... บรรยากาศ การกินเหล้า วันนี้
มันคล้ายๆ จะเคยเกิดขึ้นแล้วเนี่ยๆ ... "
แต่ ... ไม่ว่าจะรำพึง รำพัน หาเหตุผลกันแค่ไหน
ณ ตอนจบ ... ก็จะได้ผลสรุปในแนวเดิม ... คือ
เครียดๆ เซ็งๆ ก็เลยต้อง กินๆ เมาๆ อ้วกๆ เรื้อนๆ ....
ถือว่า ... เป็นวงจรอุบาทว์
ที่วนเวียน ทำเรื่องชั่วๆๆๆๆๆ แบบนี้
มาหลายภพ หลายชาติแล้ว
ซึ่งปรากฎการณ์แบบนี้
ก็นับว่า เป็น "เดจาวู" แบบเสื่อมๆ ...
ที่ไม่ควร เอาเยี่ยงอย่าง ....
สำหรับข้าพเจ้านั้น ....
ก็มี "เดจาวู" ... แบบส่วนตัวๆ เช่นกัน
กล่าวคือ ...
ตั้งแต่ สมัยตอนเด็กๆ ....
ข้าพเจ้า ชอบนึก-คิด-ฝัน-เห็น ... ถึงบ้านเมืองแปลกๆ
เป็นบ้านเมืองที่ร่มเย็น ... อุดมสมบูรณ์
น่าอยู่ ...
ชีวิตเรียบง่าย ... สงบสุข
และ มีชีวิตชีวา ...
ผู้หญิงงดงาม อย่างน่าประหลาด
นุ่งห่ม แต่งกาย อย่างน่าหลงไหล ...
จากนั้น ....
ก็มีศึกสงคราม ....
เสียงฟันดาบ เสียงปืนใหญ่
เสียงช้างศึก ม้าศึก ดังกึกก้อง
เสียงร้องโหยโหน .... ทั่วทั้งเมือง
ฟ้ากลายเป็นสีแดง ... ด้วยเปลวเพลิง
ทุกอย่าง ถูกทำลายหมดสิ้น ...
พอข้าพเจ้า โตขึ้น ...
เมื่อได้ไปอยุธยาครั้งแรก ...
จำได้ว่า รู้สึกตกตะลึง แบบจังงัง ...
เพราะ รู้สึกงงงวยกับ "เดจาวู" ทั้งหลาย
ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ในวัยเด็ก
ร่องรอยบ้านเมือง รูปร่างแปลกๆ
ที่เกิด ในจินตนาการในวัยเด็ก
เด่นชัดขึ้นมา ในทันที
บ้านเมือง ที่เคยงดงาม .... และ สงบสุข
เหลือเพียงแค่นี้ ....
และนี่ ... ก็เป็นเหตุผล
ที่ข้าพเจ้าไปอยุธยา บ่อยมากๆ ...
ทุกข์ เหงา เศร้าใจ ... อะไรมากมาย
ก็กลับไป ที่นั่นเสมอ ...
ไปไหว้พระ ไปถ่ายรูป ไปหาอะไรกิน
ไปเดินดุ่มๆ ตามที่ต่างๆ ...
ได้นั่งเงียบๆ คิดอะไรเงียบๆ คนเดียว
ก็เป็นความอบอุ่นใจ แบบแปลกๆ
เป็นประสบการณ์ "เดจาวู" แบบส่วนตัวๆ
ที่ไม่ต้องการเหตุผลใดๆ มาอธิบาย
วันนี้ ....
อากาศกำลังดี ... ท้องฟ้าสดใส
ก็แน่นอน ว่า ...ในวันนี้
ข้าพเจ้า ก็ไปอยุธยาอีก ...
หากจะนับว่า เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ... ก็คงจะนับไม่ถ้วน
แบบว่า ... เฉพาะเดือนธันวาคม นี้ ...
ข้าพเจ้า ก็ไปมาแล้ว 4 ครั้ง ...
ณ ช่วงเวลานี้ ของทุกปี
ที่อยุธยา จะมีงานใหญ่ ....
"งานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก" .... อะไรประมาณ นั้น
งานก็ไม่มีอะไรมาก ... จัดแบบบ้านๆ
แบบว่า มีตลาดนัด ขายของ ...
มีการแสดงแสงเสียง ... มีตลาดโบราณ
มีโชว์วัฒนธรรม ... ประมาณ นั้น
แต่ก็อย่างว่า หละ ...
"เดจาวู-อยุธยา" อย่างข้าพเจ้า ไม่พลาดแน่ๆ
พอแดด เริ่มร่ม ...
ข้าพเจ้าก็ออกสำรวจตลาด
นี่คือ ตลาดแบบย้อนยุคอยุธยา ....
เจ้านี้ ... ขาย "ผัดไทย" กลิ่นหอมฉุย
คุณป้า ... ขายขนมไทยๆ แบบโบราณๆ
ขนมเปียกปูน
ขนมตาล ...
ขนมกล้วย
นี่ก็ ... ขนมเหมือนกัน
แบบว่า ... เป็นแนว ขนมแบบเบาๆ
hi-ไฟเบอร์ และ hi-แคลอรี่
ถั่วลิสงต้ม ...
อ้อยขวั้น ... กินแล้ว บริหารฟัน ดีนักแล
แห้ว และ มะม่วงดิบ ปลาเห็ดทอด ...
ใครรู้บ้างไหม ว่า ...
สรุปแล้ว ... ปลาเห็ด คือ อะไร ?
คุณยาย ขายขนมจีน ...
หน้าตาท่าทาง เข้ากับบรรยากาศของงานมากๆ
มีทั้ง ขนมจีน น้ำยา กับ น้ำพริก
น่ากินสุดๆ
แต่หากอยากจะกินข้าว ...
ก็ต้องลอง ข้าวแกงโบราณ
วันนี้ มีไข่พะโล้ ...
แกงเขียวหวานไก่ ...
ไก่ผัดขิง
ผัดมะเขือยาว ....
กินข้าวอิ่มท้องแล้ว ....
มาลองแวะซุ้ม "ยาดอง" สักนิด ...
ชมรม "เดจาวู-สุรา" ทั้งหลาย
มาลองทบทวนอดีตชาติ ได้ที่นี่
ดูหน้าตาคนขายแล้ว ... ก็รู้ได้ว่า
ยาดองเขาแรงจริงๆ ....
ขนมแบบไทยๆ มีมากมาย
เช่น ขนมครก
นี่เป็น ขนมครกไข่ ...
เรียกได้ว่า ...
เป็นคนขายขนมครก ที่ sexy ที่สุดในโลก
หากอยากจะลอง อาหารอิสลาม ...
ก็มีเช่นกัน ...โรตี ... กินกับแกงต่างๆ
มะตะบะ
ข้าวหมกไก่ ...
โรตีหวาน ... แบบที่ใส่นม ใส่น้ำตาล
ม้วนเป็นก้อนเล็กๆ พอดีคำ
น่ากินจริงๆ
นอกจากนี้ ก็ยังมีขนมไทยแบบอื่นๆ ....
ให้เลือกกินมากมาย
กินขนมไป ...
ดูภาพ เหล่าคุณป้า คุณยายทั้งหลาย
แต่งตัวย้อนยุค ... ท่าทางทะมัดทะแมง ...
ดูๆ แล้ว ก็ sexy ได้เช่นกัน ....
อะจึ๋ยยยยยสสสส์ ....
นี่คือ ... สาคูไส้หมู ...
คู่กับ .... ข้าวเกรียบปากหม้อ ...
แล้วก็ .... กล้วยแขก
พวกอาหารว่าง แบบกินเล่นๆ
ก็มีมากมาย เช่น ขนมเบื้องญวณ
น่ากินๆๆๆๆๆ
จริงๆ ...
หมูสะเต๊ะ ... หอมสุดๆ
เมี่ยงคำ ... แบบเสียบไม้
สะดวกในการพกพา ...
คุณป้าเมี่ยงคำ ... แต่งกายย้อนยุค
สวมเสื้อทหารทับอีกชั้น ... เท่สุดๆ
นี่คือ ขนมโบราณๆ
ที่ข้าพเจ้าไม่ได้กินมานานแล้ว
ข้าวเกรียบว่าว ...
สงสัยนิดๆ ว่า ...
ทำไม สาวๆ สมัยอยุธยา ชอบกินข้าวเกรียบว่าว ?
ใครรู้บ้าง ?
เวลาจะซื้อของ ในงานนี้ ...
จะต้องไปแลกเงิน ให้เป็นเงินโบราณก่อน ...
เวลาใช้ซื้อของ ... ก็ได้บรรยากาศดี
หากแลก 100 บาท ...
ก็จะได้ถุงผ้าสีแดง เอาไว้ใส่เงินด้วย ...
ได้อารมณ์ ได้บรรยากาศย้อนยุค จริงๆ ...
สรุปว่า .. อาหารเย็นของข้าพเจ้า
ก็คือ หมูสะเต๊ะ ... ขนมเบื้องไทย
และ ... น้ำสมุนไพร ที่ใส่ในแก้วดินเผารูปเต่า
ของทุกอย่าง ... ราคา 20 บาทถ้วน ...
นั่งกินอาหารไป
ดูผู้คน ดูหนุ่มๆสาวๆ ...เดินไปมา
เพลิดเพลินใจ ยิ่งนัก ....
พอใกล้ค่ำ ... บรรยากาศ ก็ยิ่งดีมากๆ
เหมือนบรรยากาศ สมัยอยุธยาโบราณ ... เพียงแต่ อยุธยา ปี 2008 นั้น
สาวๆ แต่งตัว รัดรูป + กระโปรงสั้นขึ้นมาก
แต่บรรยากาศแห่งความสุข นั้น
คงมิต้องบรรยาย ...
การค้า คึกคัก ....
ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส
ข้าพเจ้า ... มองภาพทั้งหลาย
อย่างแช่มชื่นใจ ...
เหมือนได้เติมเต็ม ความรู้สึกที่ขาดหายไป
เมื่อครั้งนาน แสนนาน ....
และ เมื่อได้เวลา ....
ข้าพเจ้า ก็เข้าไปชม
การแสดงแสงเสียง แห่งอยุธยา ...
การแสดงนี้ ... จัดในเขตโบราณสถาน
บรรยากาศจึงอลังการ ยิ่งนัก
เรื่องราวที่แสดง ... ก็คือ ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา
เริ่มตั้งแต่ ... พระเจ้าอู่ทอง สร้างราชธานี
ไปเรื่อยๆ .... จนถึงการเสียกรุงครั้งที่หนึ่ง
แล้ว ....
ก็เข้าสู่สมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ที่ทรงกู้ชาติ
ประกาศอิสรภาพ ... ประกาศความเป็นไทย
สำหรับ ... ฉากที่อลังการ งานสร้างที่สุด ...
ก็คือ ... ฉากสงครามทั้งหลาย ...
เพราะใช้ช้างจริงๆ มาร่วมแสดง
แบบว่า ... ช้างเล่นเก่งสุดๆ ระดับเทพ
คิวบู๊ทั้งหลาย ช้างเล่นได้เหมือนจริง ...
โดยไม่ต้องใช้ CG ใดๆ ทั้งสิ้น
ช้างเหล่านี้ ...
เล่นหนังระดับโลก มาแล้วหลายเรื่อง
เช่น เรื่อง อเลกซานเดอร์ฯ เป็นต้น
ฉากสงครามยุทธหัตถี จึงยิ่งใหญ่สมจริง
สุดยอดๆๆๆๆ
จากนั้น .... เมื่อเสร็จสิ้นการศึก
บ้านเมืองก็สงบ ...
ทุกคน ... ก็มัวแต่หาความสุข และขาดสามัคคี
เวลาผ่านไป... ไม่กี่ร้อยปี
คนไทยอยุธยา ... ก็ลืมความทุกข์ ความยาก
ลืมความลำบาก และ ความเสียสละ ....
ของ องค์สมเด็จพระนเรศวรฯ ...
ในการ กอบกู้แผ่นดินไทย .... ให้เป็นเอกราช ...
ดังนั้น .... อีกไม่นาน
แผ่นดิน จึงลุกเป็นไฟ ... และพินาศสิ้น อีกครั้ง
เมื่อเราเสียกรุงฯ ครั้งที่สอง ...
ภาพ แสง เสียง กลิ่น ... สัมผัสเหล่านี้
เหมือนใน "เดจาวู" ของข้าพเจ้ายิ่งนัก
ทุกสิ่งทุกอย่าง ดูน่ากลัว ... และสิ้นหวังไปหมด ...
แต่อย่างน้อย
เมืองไทยของเรา ... ก็ยังโชคดี
ทียังมีเหล่าผู้เสียสละ ...
ที่ออกมา ช่วยปกป้องรักษาแผ่นดิน
ด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ
และทำให้ ... ประเทศเรา
ดำรงค์ คงอยู่ได้ อย่างสงบสุข ... สืบมา
ตราบจนทุกวันนี้ .... (กระมัง ?)
แต่ ณ ปัจจุบันนี้
จะยังคงมี ... คนที่รักชาติ เสียสละเพื่อชาติ
หลงเหลือ อยู่บ้าง ไหมหนอ ?
การแสดงจบแล้ว ....
ข้าพเจ้า ... ก็กำลัง "in"
ใน "เดจาวู" ของตนเอง... อยู่เช่นเคย
ยังคงวนเวียน ๆๆๆ .... ในคำถามที่ผ่านมา
ข้าพเจ้า ... ทั้งสงสัย และ ทั้งสงสาร ...
ประเทศของเรายิ่งนัก
....
..
.
เฮ้ออออ ....
แล้ว
ข้าพเจ้า ... ก็ เตรียมกลับบ้าน
เดินตัดผ่าน ตลาดโบราณ ... อีกครั้ง
.................
.....
..
.
ณ ท่ามกลาง แสงไฟสลัวๆ ...
รอยยิ้มแบบอายๆ ของสาวอยุธยา ...
ทำให้ข้าพเจ้า ....
หลุดเข้าสู่โลกแห่งกรุงศรีอยุธยา
โลกในฝัน ที่งดงาม ... ในใจข้าพเจ้าเสมอ
ภาพแห่งความฝัน ... อันเลือนลางในวัยเด็ก
ปรากฎเด่นชัด ... อีกครั้ง
สาวอยุธยา ... แห่ง "เดจาวู" ของข้าพเจ้า
มีตัวตนจริงๆ ...
กำลัง นั่งแกะสลักผัก ผลไม้อยู่เงียบๆ ...
สายลมหนาว ยามดึก ... พัดแผ่วๆ
เคล้าเสียงดนตรีไทย
ขับกล่อม แผ่วเบา ...
ฉับพลัน ....
เสียง ring tone แนวเกาหลีๆ ดังสนั่นโลก
สาวอยุธยา ... ยิ้มอย่างลิงโลด
she รีบวางมะละกอลูกงาม
ที่บรรจงแกะสลัก ลงอย่างไม่แยแส ...
แล้ว... รีบล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือ ...
ขึ้นมาอ่าน message ในบัดดล
........
...
.
.... เฮ้ออออ .... (อีกสักครั้ง)
IE Story ตอนนี้ .... ขอสรุปสั้นๆ ว่า
....
..
.
อันว่า ... "เดจาวู" ที่พิสดาร ล้ำลึก ประการใด
ก็อาจถูกทำลายได้โดยง่าย ...
ด้วย ring tone เห่ยๆ
จากโทรศัพท์มือถือ ...
................
....
..
.
ดังนั้น
จบเหอะนะ ...
.........................................................

4 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ตอนแรกนึกว่าเดจาวูหญิงในฝันของพี่จะเป็นคนขายสาคูซะอีก 55+

ส่วนทำไมสาวอยุธยาชอบกินข้าวเกรียบว่าว อาจจะเป็นเพราะว่าเค้าชอบ...ว่าวให้หนุ่มก็ได้






ทำว่าวให้หนุ่มไปเล่นในหน้าร้อนนา อย่าคิดลึก

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อิอิ ตอนนี้ดูแล้วหิวได้ใจมากครับ....
อยากซัดมื้อดึก....

อั้ม ZN02

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ไม่ได้มาอ่าน iestory ตั้งนานแล้ว

อ่านไปก็ยิ้มไปหายเครียดดีคับ

อู๋ Z08

koy (IE06) กล่าวว่า...

เห็นของกินแล้วหิวข้าวเลย
อย่าลืมกินข้าวกลางวันนะคะพี่เต่า

ก้อย รุ่น6