วันพุธ, สิงหาคม 13, 2551

ตอนที่ 204 : แอบดู เมืองจีน (1)

IE Story ตอนนี้ ...
ขอเกาะติดกระแส "กีฬาโอลิมปิค"ณ ประเทศจีน สักนิด ...
ทั้งๆ ที่ ความจริงแล้ว ...
โดยส่วนตัว... ข้าพเจ้าก็ไม่มีนโยบาย
สนับสนุน หรือ ชักชวนท่านผู้อ่านทั้งหลาย
ออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ...
เที่ยวเมืองไทย สนุกกว่า ... เงินตราไม่รั่วไหล
แต่ครั้งนี้ ...
ถือว่า ... เป็นข้อยกเว้น ก็แล้วกัน
แบบว่า ... ขอให้ IE Story ได้มีเรื่อง
แบบ go inter บ้าง ... นะ นะ นะ
และ อย่างน้อยๆ ... อีกหลายๆ ปี ต่อมา
หากเราได้กลับมาอ่าน IE Story ในตอนนี้ ...
ก็จะได้ระลึกกันได้ว่า ...ปีนี้ ช่วงเวลานี้
มีการจัดกีฬาโอลิมปิค ... ที่ประเทศจีน
อะไรประมาณ นั้น ....
ข้าพเจ้าไปเมืองจีน มาหลายหนแล้ว
ทุกครั้งที่ไป ... ก็ไปด้วยงานราชการ ทั้งสิ้น
แบบว่า .... ประชุมๆๆๆ ดูงานๆๆๆ อบรมๆๆๆๆๆ
อะไรทำนองนั้น

ดังนั้น
ข้าพเจ้า ก็เลยไม่มีเวลาได้ท่องเที่ยว หรือ ถ่ายรูปอะไรแบบเต็มๆ
ส่วนใหญ่ ก็มักจะใช้โอกาสเหมาะๆ ...
แอบแว้ปการประชุม หลบออกมาเดินเล่นบ้าง ...

อย่างไรก็ตาม ...
พอถึงช่วงเวลา ที่เขาพาไปเที่ยว ...
ก็มักจะเป็นการเที่ยวแบบ "ทัวร์แดกด่วน"
แบบว่า ... เดินๆ ชี้ๆ ... พยักหน้ากันหงึกๆ หงักๆ
ไม่มีการเสพสุนทรีย์ ทางหู ตา จมูก ปาก อะไรเลย ...

นอกจากนี้ ...
เพื่อนร่วมทางทั้งหลาย ... ส่วนใหญ่ก็มักจะจดจ่อกับ
การ ช้อปปิ้งๆๆๆๆ ของปลอมราคาถูก ...
ดังนั้น ...
ข้าพเจ้าจึงเซ็งในอารมณ์ ในทุกครั้งที่ต้องไปเมืองจีน ...
แบบว่า ... หงุดหงิดๆๆๆ

ด้วยประการทั้งปวง ... โดยสรุปแล้ว
ข้าพเจ้าเองนั้น ... ก็ไม่เคยคิดจะเสียเงินไปเที่ยวเมืองจีนเอง
เพราะ ... หากจะไปเที่ยวแบบผจญภัยเอง
ก็ลำบากพอสมควร เพราะประเทศกว้างใหญ่ไพศาล
เที่ยวสัก 10 ปี .... ก็ไม่หมด

ในทางกลับกัน ...
หากอยากจะไปเที่ยวแบบสบายๆ ...
ก็ต้องซื้อทัวร์เมืองจีนแบบโหลๆ
ที่มีโฆษณาขาย แบบตัดราคากันเกลื่อนกลาดเมืองไทย
ซึ่งตามปกติ ... ทุกๆ ทัวร์ จะใช้สูตรเดียวกันหมด
แบบว่า ... พาเที่ยวนิดนึง พากินอะไรซ้ำๆ ซากๆ
แต่สุดท้าย ก็จะกวาดต้อนเรา ...
ไปเข้าโรงงาน หรือ ร้านขายของที่ระลึกเสมอ ...

สถานที่สุดฮิต ... ที่นักท่องเที่ยวทุกคน ต้องไป
ก็คือ ... กำแพงเมืองจีน
สมัยที่ข้าพเจ้าไปเมืองจีน ครั้งแรก ...
ก็แอบแว้ปออกไปเที่ยวคนเดียว ... โดยการเรียกแท๊กซี่
แล้วต่อราคาตามสูตร ที่เขาแนะนำ ...
เรียกว่า ทำทุกอย่าง ตามที่ผู้รู้ บอกไว้ทั้งสิ้น ...
แบบว่า เลือกคนขับหน้าตาซื่อๆ อะไรประมาณ นั้น ...
ปรากฎว่า ...
มันหลอก ... พาข้าพเจ้า ไปดูกำแพงบ้านใครก็ไม่รู้
เห็นอยู่ลิบๆ บนยอดเขา ... ไม่เห็นเหมือนในรูปเลย

และหลังจาก ที่ข้าพเจ้าอดทนถ่ายรูป
... กำแพงบ้านอาอึ้ม ที่ไหนก็ไม่รู้ ... อยู่พักใหญ่ๆ
ข้าพเจ้า ก็พบว่า ... รถแท๊กซี่ ก็หนีหายไปแล้ว ....
ก็แบบว่า ... ช่างมัน
เพราะคิดในแง่ดีว่า ...
มันเมตตา ไม่ทุบหัวเรา ... แล้วถีบลงข้างทาง ก็บุญแล้ว

ด้วยประการทั้งปวง
ภาพในตอนนี้ ... คือ กำแพงเมืองจีน ของจริง
แบบว่า ... คือ กำแพงเมืองจีน ที่ส่วนใหญ่เขาไปเที่ยวกัน
ส่วนรูปกำแพงปลอมๆ นั้น ... ขอเก็บเอาไว้ดูคนเดียว
ก็แล้วกัน ... อิอิ

ตามสูตรการเที่ยวกำแพงเมืองจีน ...

พวกไกด์ทัวร์ ก็ชอบบังคับเคี่ยวเข็ญ ให้เราเดินขึ้นไปไกลๆ
ขนาดคนร่างใหญ่อย่างข้าพเจ้า ... ก็ยังใจอ่อน
ยอมฝืนสังขาร ขึ้นบันได ไต่กำแพงไปเรื่อยๆ

แต่ภาพที่เห็น ...
... ก็สวยคุ้มค่า แบบสะใจๆ ... ดูยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ

และเท่าที่ดู ... ก็พบว่า
กำแพงนี้ สร้างแบบแข็งแรง ใหญ่โตจริงๆ
สันของกำแพง ... ก็คือ ถนนเส้นหนึ่ง ก็ว่าได้ ดังนั้น ก็อาจจะเรียกได้ว่า ...
นี่ เป็นระบบป้องกันภัย ผสมกับ ระบบขนส่งที่ยอดเยี่ยม
แบบว่า ... เป็น ระบบ logistics ของโลกยุดโบราณ
ที่มีประสิทธิภาพจริงๆ
และ ... เมื่อลงมาจากกำแพง ...
กิจกรรมที่ทุกๆ ทัวร์ ต้องทำ ก็คือ ...
พาไปนวดเท้า แบบฟรีๆ ...
คนที่นวด ... ก็หน้าตาแบบนี้หละ
สาวจีน คนนี้ ก็ชวนคุยโน่นคุยนี่ ตลอด ...
แบบว่า ... เธอพูดไทยชัดแจ๋ว ...
ก็สงสัยนิดๆ ว่า... she อาจเป็นคนไทยก็ได้ อ่ะ
การที่ลงจากกำแพงใหญ่ ... แบบว่า เมื่อยล้าทั้งร่างกาย
แล้วได้เอาเท้าแช่น้ำอุ่น ... แล้วมีสาวจีน มาบีบนวดเท้า
หากได้เจอบริการแบบนี้ ก็อาจเรียกได้ว่า ... ชีวิตเหมือนฝัน
และในขณะที่กำลังนวดเท้า ...
ก็จะมีอาเฮีย แต่งตัวชุดเหมือนหมอ ...
มาจับจุด กดจุด ตรวจสุขภาพเรา
แล้ววินิจฉัยโรคในตัวเรา มากมายๆๆๆๆ ...
แบบว่า ...
ตับแข็ง(แรง) - ปอดสีเข้ม - หัวใจโลเล - เซ๊กส์เสื่อม ฯลฯ
แล้ว อาเฮีย จะจัดยาสมุนไพรจีน ... มาขายมากมาย
หากใครเคลิ้มๆ เพราะ ถูกกดจุดกลางฝ่าเท้า ... ให้ใจอ่อน
ก็อาจจะ หลวมตัวซื้อยา ไปอีกมากมายหลายสตางค์ ...
นี่คือ ... สุดยอด marketing ระดับเซียน ...

สถานที่ท่องเที่ยว อีกแห่งหนึ่ง ...
ที่ทุกคน ต้องไป ... ก็คือ พระราชวังต้องห้าม
กลางกรุงปักกิ่ง ... ศูนย์กลางของจักรวาล

ก็แน่นอนว่า ... ใหญ่โตอลังการ

ทุกอย่างเป็นสีแดงๆๆๆ กับ สีทองๆๆๆๆ

บรรยากาศดี ... เหมือนเดินย้อนยุค
กลับสู่สมัยโบราณ ...
แบบว่า ... มีพวกหลวงจีน ... ลามะ
อะไรแบบนี้ ... ประกอบในบรรยากาศได้ดี
สามารถถ่ายรูป ไปอวดคนอื่นได้ ... ดูดี มีสาระ
ได้อารมณ์ ... ได้บรรยากาศจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ...
ก็ไม่ควรจะแอบตามไปถ่ายรูป ... ณ ตอนช่วงพักเที่ยง
เพราะอาจจะเห็นภาพ ... หลวงพี่ลามะ
เดินไปซื้อไดเอ็ทโค้ก มาจิบเพิ่มพลัง
เฮ้ออออ ... เห็นแล้ว หมดอารมณ์หมดเลย

ณ ตามปกติ ... ที่นี่ ก็จะเป็นสถานที่ ที่มีนักท่องเที่ยวมากมาย
ผู้คน เดินกันขวักไขว่... เหมือนเดินในตลาดนัดสวนจตุจักร

ดังนั้น จะหาโอกาสที่พระราชวังนี้ ... ว่างๆ ปลอดผู้คนแบบนี้

ยากสสสส์ ... สุดๆ

ที่ด้านหน้าสุด ของพระราชวัง
คือ จตุรัส เทียนอันเหมิน ... อันโด่งดัง

สังเกตุง่ายๆ คือ .... จะมีรูป
ท่านประธานเหมาฯ ขนาดยักษ์ ... เป็นสัญญลักษณ์
และแน่นอน ... ประชาชน นักท่องเที่ยวขวักไขว่มากมายๆๆๆๆๆ
กว่าได้รูป คนโล่งๆ แบบนี้ ... ทำได้ยากมากๆ
แบบว่า ... ต้องใช้ photoshop

ค่อยๆ ตัดหัว-แขน-ขา .... ชาวโลกไปเกือบๆ หมื่นคน
แต่ภาพที่ได้ ... ก็ดูสะอาดสะอ้าน งดงามจับใจ ยิ่งนัก

สิ่งที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุด ... เวลาไปเมืองจีน
คือ ... ทุกๆ สิ่งรอบกาย เต็มไปด้วยสีสัน

ฟ้า เป็น สีฟ้า
ตึก เป็น สีแดง ...
ทหาร เป็น สีเขียว ...

แค่ถ่าย รูปทหาร กับตึก .... ก็สวยสุดๆ แล้ว

สีสันสวย ... สะใจๆๆๆๆๆ มีหลายๆคน อาจจะสงสัยว่า ... ทหารจีนหล่อไหม?
ลองดูเอง ก็แล้วกัน ...
แบบว่า ... คนนี้หากอยู่เมืองไทย
น่าจะเข้าวงการ ... เข้าสังกัดเป็น เด็กเสี่ยอุ๊ด ได้สบายๆ ...
คงไม่ต้องมาตากแดด เฝ้าจตุรัสเทียนอันเหมิน หรอก ...
รูปทั้งหมด ที่ข้าพเจ้าเอามาให้ดูนั้น ... เป็นแค่รูปเบื้องต้น
แค่ introฯ ให้ดูกันเล่นๆ ... เอาไว้ดูเล่นเป็นอาหารว่าง

เพราะ ความจริงแล้ว ... ประเทศจีน
ยังมีมุมมองอื่นๆ ... ที่น่าศึกษา และ ค้นหาอีกมากมาย

เพราะจากประสบการณ์ ... ข้าพเจ้าพบว่า ...
จีน เป็นประเทศที่หลากหลาย มีผู้คนมากมายหลายเผ่าพันธุ์

แค่มองไปตามท้องถนนทั่วๆ ไป
เราก็อาจจะพบภาพชีวิต ... ที่ดูแตกต่างและขัดแย้งกันเสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็น ... ภาพ อาเฮีย ถูกระจก
อาเฮีย ขายปลาท่องโก๋ ...
เด็กน้อย กับของเล่นแบบเดิมๆ ... จรวดที่พับด้วยกระดาษ
ก็ล้วน เป็นภาพ ... ที่น่าคิดทั้งสิ้น
เช่น ... คนขายมันเผา กลางกรุงปักกิ่ง
ที่ยังขายของ เหมือนยุคโบราณ
กว่าจะบอกราคา มันเผาได้ ... ก็ต้องใช้ตาชั่งแบบโบราณ
เหมือนสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ... ประมาณ นั้น
กว่าจะจบพิธีกรรม ... กินเวลานานแสนนาน
เสียเวลารอ การชั่งมัน .. ชั่งมัน ชั่งมัน .. ชั่งมันๆๆๆๆ
อ๋อ ... นี่คือ ที่มา ของคำว่า ...

"... ช่าง-มัน ๆๆๆๆๆ ...." กระมัง?

ด้วยประการทั้งปวง ...สีสัน แห่งเมืองจีน ...

สดใส และ งดงามเสมอ
เด็กๆ ... ก็ดูสดใส
และน่ารัก ... ไร้เดียงสา ...
ความสำเร็จของประเทศจีน ... ณ วันนี้
เป็นสิ่งที่เราควรจะสนใจ และ ศึกษาอย่างถ่องแท้...

เพราะ เรื่องราวความสำเร็จทั้งหลาย ทั้งปวง

และ ทุกสิ่งทุกอย่าง ... ในประเทศจีน

ยังคงเป็นเรื่องลี้ลับ ...

ที่ท้าทาย ต่อการเรียนรู้ ของชาวโลกเสมอ ...

..............................................

2 ความคิดเห็น:

thanawatb กล่าวว่า...

คนสุดท้าย

คือ สิ่งล้ลับสิน่ะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จบด้วยภาพหญิงนิรนามอีกแล้นนนน...!!

แต่วิวสวย...ยังพอกลบเกลื่อนได้..หุหุ



....พรีไซซ