และแน่นอน ...
ก็ดูเหมือนว่า....
มากคน... มากความ... มากไอเดีย ....
มากมาตรฐาน... มากความขัดแย้ง ....
แบบว่า ...
เมา-ไม่เมา / เหล้า-ไม่เหล้า....
.... มันก็เป็นเช่นนี้ แหละ ....
... มองดีๆ คิดดีๆ ตั้งสติ ดีๆ
"... เราจะจัดงานนี้ทำไม?... จัดเพื่อใคร?
แบบว่า ...
เช่น ....
ทำไมห้ามกินบนรถ-ทำไมไม่ห้ามกินบนรถ ....
ทำไม ๆๆๆๆๆ ...
คิดมากมาย... จนหลงลืมประเด็นที่สำคัญยิ่ง ว่า ....
ให้เป็นวันที่ดีที่สุด .. วันที่น่าจดจำที่สุด ....
ดังนั้น ณ ตอนนี้ ...
แล้วคิดแต่ เรื่องของน้องๆ เป็นหลัก ....
คงจะมี หลายๆ คน ที่นึกด่าข้าพเจ้า ในใจว่า ....
พูดแบบนี้ .... มันก็ง่ายดี นี่หว่า …
เพราะเป็นเพียงลมปาก ที่ฟังดูดีๆ หรูๆ ....
แต่จริงๆ แล้ว ....
ดังนั้น
ก่อนอื่น ... ก็ขอให้อดทนอ่าน
อ่านไป... คิดไป ..

และพอถึง .... ณ ตอนจบ ของ ซีรี่ย์ชุดนี้ ....
ข้าพเจ้า เชื่อมั่นว่า ....
ดังนั้น ....
ณ ภาคที่หนึ่ง ของเรื่องราวชุดนี้ ....
ข้าพเจ้า ก็จะขอเล่าย้อนถึง ..
งานรับน้องครั้งแรก ... ในชีวิตของข้าพเจ้า
คือ งานรับน้อง คณะวิศวะฯ ลาดกระบัง ...
ซึ่งจัดสำหรับ.... น้องๆ ปีหนึ่ง
ที่เพิ่งจะก้าวสู่ ร่มรั้วชงโค .... ของพวกเราทุกคน
ข้าพเจ้า เข้าเรียนที่คณะวิศวะฯ ลาดกระบังในปี 2525 .... ก็ประมาณ 26 ปีที่ผ่านมา
รูปแบบการเรียนในตอนนั้น .... ก็ยังคล้ายๆ กับปัจจุบันในบางส่วน
กล่าวคือ จะแบ่งนักศึกษาปีหนึ่ง เป็นห้องๆ .... ห้อง 1-2-3-4-5 ... ฯลฯ
แต่สิ่งที่แตกต่าง จากปัจจุบัน ก็คือ ...
สามปีแรก พวกเราจะเรียน เป็นระบบห้องเช่นนี้โดยตลอด
จากนั้น จะแยกภาควิชา ในปีที่สี่ กับปีที่ห้า .....
ดังนั้น ....
ชาววิศวะฯ ลาดกระบังสมัยก่อน ... จึงแน่นกันมากๆ
เพราะ การใช้ชีวิต 3 ปีเต็มๆ กับเพื่อนห้อง ....
และ อีก2 ปีเต็มๆ กับเพื่อนที่ภาควิชา ....
ทำให้เรา ... เรามีเพื่อนสนิทๆ กระจายอยู่ครบทุกภาควิชา .....
ระบบนี้ จึงทำให้ พวกเราทุกคน เรารู้จักกัน ทั้งคณะฯ ....
ตอนข้าพเจ้า เป็นเด็กปีหนึ่ง .... ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายมีงานกินฟรีที่ไหน ... ข้าพเจ้ากับเพื่อนๆ ก็ไปร่วมหมด ....
แบบว่า .... งานรับน้องสวนกุหลาบ / รับน้องเทพศิรินทร์ /
หรือ แม้แต่ ....รับน้อง ชาวอำเภอหนองบัวโคก .....
พวกเราก็ทำตัวเนียนๆ ... ทำหน้าตาแบ๊วๆ ....
แอบตามเพื่อน .... ไปร่วมดื่มด่ำกับพวกเขาได้ เสมอๆ ....
...... สำหรับ งานรับน้องของคณะฯ ในตอนนั้นก็มีรูปแบบการจัดงาน ที่ไม่ซับซ้อน อะไรมากนัก ....
เริ่มจาก กระจายๆ น้องๆ ปีหนึ่ง
ให้ไปอยู่ตามบ้านต่างๆ ที่จัดไว้
แต่พอถึงเวลาจริงๆ .... ก็อาจมีการอพยพ ย้ายบ้าน ...
อาจจะ ถูกดึงตัว ถูกซื้อตัว ถูกขับไล่ออกจากบ้านบ้าง ....
ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
เพราะเป็นไปได้ว่า แนวนโยบายของแต่ละบ้าน ...
อาจจะไม่ถูกกับ จริตและสันดาน ของแต่ละคน ....
เพราะในทางปฏิบัติแล้ว .... นโยบายของแต่ละบ้าน
ก็ขึ้นกับ ขนบธรรมเนียมประเพณี ของบ้านนั้นๆ ...
ซึ่ง หากข้าพเจ้า จะเล่าให้ครบทุกบ้าน ... คงไม่จบไม่สิ้น ...
ดังนั้น จึงขอเล่าแบบสั้นๆ เป็นบางบ้าน สักเล็กน้อย ....
เช่น ณ ยุคนั้น ...
"บ้านฮั่วลัก" แรงที่สุด เพราะถูกบริหารโดย พี่ๆ ภาคเครื่องกล ...
ซึ่งกินเหล้า โหดสุดๆ ....
แต่ ในทางกลับกัน ...
"บ้านขัน" ... ซึ่ง บริหารโดยชมรมพุทธฯ ...
กลับมีกิจกรรมแบบไม่น่าเชื่อ เกิดขึ้นมากมาย ... เช่น
มีการสวดมนต์เช้า-เย็นก่อน และก่อนนอน ในช่วงรับน้อง ...
มีการ พาสมาชิกลูกบ้านทั้งหลาย ....
ออกกำลังกาย โดยการวิ่งตอนเช้าตรู่ พร้อมๆ กับดื่มนมสด ...
คุณสมบัติ ของสาวก บ้านนี้ คือ... "ห้ามดื่มสุรา" โดยเด็ดขาด .....
และ ไม่น่าเชื่อว่า ....
จะมีเหล่าญาติธรรม เข้าร่วมกองทัพธรรมมากมาย อย่างไม่น่าเชื่อ ...
.... สิ่งที่แปลกมากๆ คือ ... แม้บ้านนี้ จะต่อต้านการดื่มสุรา
แต่ก็ จะเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องอย่างแข็งขัน ....
... แบบว่า แตกต่าง... แต่ไม่แตกแยก ...
ใช้นโยบาย ปราบมารด้วยธรรมมะ และ เมตตาธรรม
ทุกค่ำคืน ..... เครื่องเสียงและลำโพงขนาดยักษ์ ของบ้านขัน ....
จะกระจายเสียงสวดมนต์ ตลอดทั้งคืนของงานรับน้อง
เพื่อ ทำลายสมาธิ และข่มขวัญเหล่าปิศาจสุราทั้งหลาย ....
เหล่า ดีเจ แห่งบ้านขัน ... จะผลัดกัน กระจายเสียง
เทศนาโทษแห่งสุรา .... ตลอดทั้งคืน ...
แบบว่า .....
“กลับตัวกลับใจเถิดพี่น้อง .... จะกินเหล้ากัน ทำไม?”
หรือ แบบว่า ....
“ ... พี่น้องทั้งหลาย .... เหล้าทุกหยด คือ น้ำตาของ พ่อแม่ ...”
อะไร ... ทำนองนั้นแหละ ...

นอกจากนี้ ...
กลยุทธที่สำคัญ ของบ้านขัน .... ก็คือ
จะมีการ แอบลักขโมยเหล้า ของบ้านอื่นๆ มา
แล้วปลอมปนเหล้า ด้วยน้ำมันพืช ชั้นต่ำ ...
ดังนั้น... พอพวกขี้เมา เริ่มชงเหล้า
ก็จะพบ ปรากฎการณ์แบบหลอนๆ งงๆ
แบบว่า.... เกิดอะไร ขึ้นวะ? ....
ทำไมๆๆๆๆ ? ทำไม กรู ชงเหล้าไม่ได้สักที ....
แบบว่า ....เหล้า มันไม่ยอมผสม กับโซดาหรือน้ำ ได้เลย ....
ทำไม .... มันแยกตัว เป็นชั้นๆ เหมือนโดนผีสิง วะ?....
.... นี่คือ สุดยอด ความคิด ในการปราบมาร .....
บางที พวกขี้เมาบางคน ก็งงๆ และ หงุดหงิดใจ ...
เลยยกดื่ม แบบเพียวๆ ทั้งขวด ...
ก็อ้วกแตก อ้วกแตน ไปตามๆ กัน ....
เพราะซัดน้ำมันพืช ไปแบบเต็มๆ ...
สาธุ ๆๆๆๆๆๆๆ

นอกจากนี้ ... ยังมี บ้านแปลกๆ อีกหลายสำนัก เช่น
ที่แข่งขันกัน ในเรื่องโลกีย์ โดยการฉายหนัง XXX ....
บรรดา พวกมีรสนิยมแนวนี้ ... จะเข้าสังกัดมากมาย ...
จิบเหล้าไปพลาง ... ดูหนังโป๊ ไปพลางๆ สบายอารมณ์ ดีจิงๆ ......

สำหรับ ข้าพเจ้านั้น ... เข้าสังกัด บ้าน “little home”
นโยบาย คือ บ้านน้อยแห่งสันติภาพ ...
เน้นคุณค่าครอบครัว .... กินอาหารครบห้าหมู่ ...
ดื่มสุราอย่างมีสติ และ มีคุณภาพ ....
เน้น คุณค่าและรสนิยม ของอาหารและกับแกล้ม ....
ดังนั้น
ทีมงาน little home จะออกไปจ่ายตลาด กันตั้งแต่เช้ามืด ....
หาซื้อ ของสด ของคาว ของหวาน .... มาประกอบอาหารกัน
แบบว่า ... ช่วงสายๆ ทำของกินแบบเบาๆ ย่อยง่าย แก้แฮงค์ ......
ช่วงบ่าย... เน้น ของกินจำพวก ของยำๆ รสแซ่บๆ ...
ช่วงดึก เน้นบรรยากาศ .... มีการ จุดกองไฟ ล้อมวงกัน ....
ประกอบอาหาร ประเภทปิ้งๆ ย่างๆ และ หม้อไฟ ...
และ... ร่ำสุรา ท่ามกลางแสงไฟ ในหมู่พี่ๆ น้องๆ ...
.... เป็น บรรยากาศความสุขใจ....
ที่ข้าพเจ้า ไม่เคยลืมเลือน .... ตราบจนทุกวันนี้ ...

ณ ยามดึกสงัด ของคืนวันรับน้อง ....
"บ้านฮั่วลัก" กำลังเมาปลิ้น ....
"บ้านขัน" กำลังเดินจงกรม กดดันปิศาจสุรา ...
"บ้านหมี" และ "บ้านหอย" กำลังเปิดหนังโป๊แข่งกันอย่างเมามัน ...
"บ้าน little home" กำลังกระหนุงกระหนิง จิบเหล้า-เผาปลา
... มีกองกำลัง ขนาดเล็กประมาณ 5-6 คน ...
บุกเข้าจู่โจมทุกๆ บ้าน
.... นำทีมโดยชายวัยกลางคน .... ผมบางๆ ... หน้าตาแดงก่ำ
ใช่แล้ว ...
ท่านคือ ท่านคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ .... ในตอนนั้น
ท่านแวะมาเยี่ยม พวกเรา พี่ๆ น้องๆ
มาดูว่า เด็กๆ กินกันยังไง นอนกันยังไง .....
มีสติ สมบูรณ์ มากน้อยเพียงใด ....
และที่สำคัญ คือ ....
แวะมาทำความรู้จัก เด็กใหม่ปีหนึ่งทุกคน ...
แล้ว ท่านก็เรียก พวกเราน้องใหม่ทุกคน .... มาตั้งแถวแล้ว ท่านก็เริ่มถามไถ่ พวกเราปีหนึ่ง ทีละคน ว่า ....
ชื่ออะไร ... ชื่อเล่นอะไร ... มาจากโรงเรียนอะไร ....
เป็นคนจังหวัดไหน .... เรียนอยู่ห้องไหน ....
จากนั้น ..... ก็คารวะซึ่งกันและกัน คนละ 1 ฝา .....
เวลาที่ข้าพเจ้า กลับมาเล่าเรื่องนี้ ให้เพื่อนๆ มหาลัยอื่นๆ ฟัง
... ก็ไม่มีใครชื่อว่า
คณบดีของเรา... ชนเหล้ากับเด็กใหม่ทั้งคณะ ทุกคนๆ ละ 1 ฝา ...
..... สมัยนั้น ....
ในหนึ่งชั้นปี .... มีเด็กประมาณ 250 คน ....
250 คน .... ก็ คือ 250 ฝา ...
ท่านทำแบบนี้ ... ทุกๆ ปี ....
จำได้ว่า …ความรู้สึก ณ ช่วงเวลาในคืนนั้นของข้าพเจ้า ... เกินบรรยาย จริงๆ
ทั้งแปลกใจ ....
ทั้งอบอุ่นใจ .... ทั้งสุขใจ
และ ทั้ง ภูมิใจ ....
ข้าพเจ้า สัมผัสได้ในทันที ว่า ....
ใช่แล้ว .... นี่คือ งานรับน้องของเรา ...
พี่ๆ เขาจัดงานนี้ ให้กับเรา .... เพื่อ พวกเราที่เข้ามาใหม่
เรา คือ ส่วนหนึ่งของ วิศวะฯ ลาดกระบัง
เราไม่ใช่ เป็นเพียง ... เด็กม.ปลาย ที่บังเอิญสอบติดที่นี่ ...
เราไม่ใช่ เป็นเพียง .... เด็กปีหนึ่ง ที่มาแอบตลก กินเหล้าฟรี ...
เราไม่ใช่ เป็นเพียง .... เด็กมหาลัยโง่ๆ ที่ลุ่มหลงเมามัวในสุราเมรัย ...
ข้าพเจ้า บอกได้อย่างไม่อายว่า ....
ด้วยบรรยากาศ ณ คืนนั้น
ทำให้ เด็กปีหนึ่งทุกคน ณ ตอนนั้น .... น้ำตาซึมกันหมด
ไม่ว่า เราจะอยู่ "บ้านฮั่วลัก" .... ที่กินเหล้าแบบนรกๆ ...
ไม่ว่า เราจะอยู่ "บ้านขัน" ... ที่เคร่งครัดศิลธรรม ต่อต้านสุราอย่างเข้มแข็ง
ไม่ว่า เราจะอยู่ "บ้านหมี/บ้านหอย" ... ที่ลามกสัปดนแบบสุดๆ ...
หรือ ไม่ว่าเรา....
จะอยู่ บ้านน้อยๆ รสนิยมเว่อร์ๆ เห่ยๆ แบบ "บ้าน little home" …
แม้ว่า พวกเราทุกคน ...
อาจมาจากพื้นฐานที่ต่างกัน.... คนละโรงเรียน คนละจังหวัด
อาจจะคิดต่างกัน - อาจจะมองต่างกัน - อาจจะกระทำต่างกัน ...
แต่ ณ ตอนจบ ....
พวกทุกคน กลับรู้สึกเหมือนๆ กัน ....
.... รู้สึก เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ....
.... และ นี่ ....
คือ “ความศักดิ์สิทธิ์”ของ "งานรับน้อง" ... ในสมัยข้าพเจ้า
จากวันนั้น ... แห่งปี พ.ศ. 2525 ....ข้าพเจ้า ก็เติบโตขึ้น ... จากเด็กปีหนึ่ง
สู่ปีถัดไปๆ .... แล้วก็ออกสู่โลกกว้าง ....
ด้วยความเป็นชาววิศวะ ลาดกระบัง อย่างเต็มภาคภูมิ ...
กาลเวลา ล่วงไป .... ตราบจน
ณ กลางๆ ปี พ.ศ. 2550 ....
ข้าพเจ้า ได้ไปงานเผาศพ ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ....
ณ ท่ามกลางแสงแดด ยามบ่ายอันร้อนแรง ...
ข้าพเจ้า ได้พบท่านคณบดีฯ ของข้าพเจ้าท่านนี้ ...
ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้ ....
ท่านจะสูงวัยมากขึ้น .... ผมบางลงไปอีกมากมาย
แต่หน้าตาของท่าน ยังคงสดใส มีชีวิตชีวา ...
หลายๆ ปีที่ผ่านมา ....
หลังจากที่ได้ผลักดันให้คณะฯ ของเรา โดดเด่นขึ้นมาอย่างไม่อายใคร
ท่านได้ลาออกจากคณะวิศวะฯ ของเรา
และ ได้ไปทำสิ่งที่ดีงามและเป็นประโยชน์ ให้กับสังคมไทยอย่างมากมาย
อีกทั้ง ... ท่านยังคงเป็น “ครู” ที่ยิ่งใหญ่ ตลอดมา
ตำแหน่งสุดท้าย ของท่าน ....
คือ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงฯ ที่สำคัญมากๆ ในสมัยรัฐบาลขิงแก่
และ ท่านได้รับการยกย่องว่า ....
เป็นรัฐมนตรี ที่ทำงานหนัก มีผลงานมากมาย
และ มีมาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมือง ที่สูงล้ำ ...
อย่างไม่เคยมีมาก่อน .... ในเมืองไทย
แล้ว ...ข้าพเจ้า ก็เข้าไปไหว้ คารวะท่าน ...
ด้วยสีหน้า ที่ยินดี ... ที่ได้พบกับอาจารย์ที่ตนรัก ....
เพราะ ข้าพเจ้ามิได้พบท่าน ... มานานแสนนานแล้ว ...
ท่านมองหน้าข้าพเจ้า เพียงหนึ่งอึดใจ แล้วยิ้มอย่างกว้างขวาง ....
เอ่ยปากทักทาย ข้าพเจ้าเบาๆ ว่า ...
“ไอ่เต่า .... ทำไมคุณ... ตัวอ้วนอย่างนี้ ? ....
ผมว่า .... คุณ เลิกกินเหล้า กินเบียร์ ได้แล้ว ...
แก่แล้วจะลำบาก… ”
.......
...
.
“.... แก่แล้ว.... หัดกินไวน์ เหอะ....”
ท่านกล่าวส่งท้าย อย่างติดตลก และเข้าอกเข้าใจข้าพเจ้ายิ่งนัก ......

ณ ท่ามกลางเปลวแดด ยามบ่ายวันนั้น ....
ข้าพเจ้า น้ำตาซึมเล็กๆ ด้วยหลายๆ เหตุผล
ความรู้สึกของข้าพเจ้า ณ วินาที นั้น ...
เหมือนกับว่า ....
ข้าพเจ้ากลายเป็นเด็ก ปีหนึ่ง ลาดกระบัง .... อีกครั้ง
กลายเป็น เด็กน้อย ที่โง่งม ...
ที่ขี่จักรยานเก่าๆ วนเวียนรอบคณะฯ ท่ามกลางเปลวแดด
เป็นเด็กน้อย ที่ผู้ใหญ่ยังคง จดจำ เอ็นดู และห่วงใย ...
เป็นเด็กน้อย ที่ยังต้องเรียนรู้ และ ปรับปรุงการดำเนินชีวิต อีกมากมาย
และ ...
เป็นเด็กน้อย .... ที่ยังสามารถจดจำ ...
และสัมผัสถึง ความรู้สึกอบอุ่นทางใจ
อบอุ่นใจ... เหมือนกับวินาทีแรก ที่เคยได้สัมผัส
ณ ค่ำคืนวันรับน้อง ... เมื่อ 25 ปี ที่ผ่านมา
และ ข้าพเจ้า ...
คงจะ เก็บความรู้สึกอบอุ่นใจ เช่นนี้ไว้ .... ตลอดกาล
"สปิริตแห่งงานรับน้อง IE ภาคสอง : งานรับน้อง-ห้องห้า "
ได้ ... ในไม่ช้านี้

8 ความคิดเห็น:
ผมอ่านแล้วสุดยอดมากครับ อาจารย์ของพี่เต่าช่างสุดยอดจริงๆๆผมขอคาราวะ1จอกครับ555
ถ้าเปรียบเทียบกิจกรรมทุกอย่างที่มีในสมัยก่อนกับทุกวันนี้ผมว่าทุกวันช่างขี้ตีนมากครับกิจกรรมสมัยก่อนสุดยอดกว่ามากๆๆๆครับ
สุดยอดมากๆๆครับ รอตอนต่อไปอยู่ครับมีให้โหลดตามบิทไหมครับ...อิอิอิ
Neck
คุณNeck พูกถูกครับ เอ้าชน-*-เกี่ยวไหม อิอิ
ไอ่มิค...อบต.
โอววว
อ่านจบแล้ว
ซึ้งขึ้นเปนทวีคูณ
Z-H มาเยือน
ไม่เชื่ออ่ะ....
ต้องมีมากกว่านี้อีก...รอตอนต่อไปนะครับ
จาก....เพื่อนตั้ว
ขนลุกก
hanoo
อ่านละซึ่งมากมายคราบ พี่เต่า
เมื่อไรงานรับน้องของเราจะเปงอย่างนั้นบ้าง ชอบใจมากมายคราบ
เศร้าใจ แต่เราจะไม่ท้อ เดวนัดชุมนุมเลยนิ
Z-Hแซ่เหล้า
สวัสดีครับพี่เต่า ผมก็เป็นชาวห้อง 5 และได้ไปรับน้องห้อง 5 เหมือนกัน
แต่สิ่งที่จำได้ดี จะเป็นรับน้องIE
เชียร์สเปนรออ่าน ครับ
sit_z1
ทำไมกูไม่เกิดในยุคนั้นวะ
สมัยนี้จะทำอะไรก็ลำบาก
เอ๋ Z08
แสดงความคิดเห็น